กวีซีไรต์’มนตรี ศรียงค์’

‘เบื้องหน้าคือหม้อน้ำบนเตาไฟ ที่คายไอร้อนผ่าวมาอ้าวหน้า
จึงผุดเหงื่อราวแมงลัก-ทะลักมา และเกาะบนขนตาเป็นหยาดดวง
เขายกแขนเสื้อเช็ดหยดเม็ดน้ำ ก่อนหยดฉ่ำเม็ดใสจะไหลร่วง
ลึกลึกรู้สึกได้ถึงในทรวง ว่ากำลังขับท่วงทำนองเพลง
โอบทเพลงเปล่งเสียงมาเลี้ยงหล่อ เลือดหนอก็เวียนไวก็ไหลเร่ง
บทเพลงแห่งการงานยังบรรเลง เขายังเคร่งคร่ำต่อหน้าหม้อน้ำ
เป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวก็ต้องขายก๋วยเตี๋ยว กระเทียมเจียวต้องเหลืองให้เรืองก่ำ
เส้นเล็กแห้งหมูแดงไก่เส้นใหญ่ต้มยำ ทุกคำหอมเกรียมกระเทียมเจียว
ราววาทยกรได้ฟ้อนมือ
แต่เริ่มฝึกปรือจนมือเชี่ยว
คือชีวิตเอาจริงเพียงสิ่งเดียว ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นรสคุ้นลิ้น
ทุกเม็ดน้ำพราวเนื้อคือเหงื่องาน อันผลิบานหวานชื่นกว่าอื่นสิ้น
สัมมาอาชีวะ-เหงื่อระริน เขาทำมาหากินด้วยยินดี
โรยหอมซอย ตังฉ่ายแล้วใส่กับ พร้อมพร้อมกับผักกาดหอมล้อมรอบหมี่
มหาเสน่ห์นางกวัก-มิพักมี
เขาเชื่อมั่นเต็มที่ในฝีมือ

ยังก้มหน้าดูหม้ออยู่ต่อไป หมูแดงไก่เป็ดตุ๋นอันกรุ่นชื่อ
ล้วนมาจากพลังที่ถั่งฮือ โหมกระพือเร้าเร่งของเพลงงาน
เพลงงานที่ประสานเสียงมาเลี้ยงหล่อ เลือดหนอก็เวียนไวก็ไหลพล่าน
เป็นจังหวะจะโคนเพื่อดลดาล การผลิบานหวานชื่นกว่าอื่นใด
โถมชีวิตเอาจริงเพียงสิ่งเดียว ก๋วยเตี๋ยวหมี่เป็ดเส้นเล็กเส้นใหญ่
เขาลวกเสร็จสะเด็ดพลันในทันใด หอมซุปตุ๋นกรุ่นไอชื่นใจแท้’
(บทกวี “คนหน้าหม้อ”, จากเล่ม “ดอกฝัน ฤดูฝนที่แสนธรรมดา”)
———-
มนตรี ศรียงค์ พ่อค้าหมี่เป็ดตุ๋น เมืองหาดใหญ่ สงขลา
ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2550 จากรวมบทกวี “โลกในดวงตาข้าพเจ้า”เป็นลูกครึ่งไทย-จีน เกิด 6 มี.ค.2511 บิดาอพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่ มาตั้งรกรากที่หาดใหญ่ มารดาเป็นชาวหัวไทร นครศรีธรรมราช มนตรีมีชื่อภาษาจีนว่า “เฉินเสี่ยวย้ง” แปลว่า “ไอ้เสือน้อย”ชีวิตวัยรุ่นสมบุกสมบันพอควร เคยหัดมวยจีนกับอาเจ็กใกล้บ้าน แต่ชอบขี่บีเอ็มเอ็กซ์ยกล้ออยู่หลังตลาดกิมหยง ก่อนจะเริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์สมฉายา “ไอ้เสือน้อย” เมื่อเข้าร่วม “แก๊งสี่คน” ในชั้นมัธยมฯ ปลายในโรงเรียนมหาวชิราวุธ ลบภาพไอ้เด็ก “ขี้แพ้” [...]

ทางออกวิกฤต”ไฟใต้” ในทัศนะผู้นำมุสลิมอินโดฯ

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงการต่างประเทศเชิญ ศ.ดร.เอ็ม ดิน ซัมซูดิน ประธานองค์กร มูฮัมมาดิยาห์ องค์กรมุสลิมใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีสมาชิก 35 ล้านคน มาเยือนประเทศไทย เพื่อลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ “ไฟใต้”
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชวโรกาสให้ศ.ดร.ซัมซูดิน เข้าเฝ้าฯ ณ พระราชตำหนักจิตรลดารโหฐาน
ก่อนเดินทางกลับอินโดนีเซีย ศ.ดร.ซัมซูดิน ยังได้เข้าหารือกับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ประธานคมช. และผบ.ทบ. เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะ รวมทั้งมอบข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมให้สัมภาษณ์พิเศษ ซึ่งหนึ่งในทีมงาน ‘WhiteChair’ ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับศ.ดร.ซัมซูดิน มีสาระสำคัญดังนี้
-ท่านลงพื้นที่จังหวัดใดและพบปะหารือกับใครบ้าง?

ศ.ดร.ซัมซูดิน : จังหวัดปัตตานี ได้พบกับทั้งผู้ว่าฯ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และผู้นำมุสลิมประมาณ 500-600 คน
ข้อสังเกตที่ได้จากการพูดคุย สอบถาม พบว่า ผู้นำมุสลิมในภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นพวก “สายกลาง” ไม่นิยมความรุนแรง ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มคนที่ก่อความรุนแรงทางภาคใต้ [...]

ลายเซ็นของ Jayhawks

 
วัฒนธรรมดนตรีของโลกเลื่อนไหล ผันแปรไม่มีวันสิ้นสุด
เมื่อวานอาจเป็นวันของร็อก เฮฟวี่เมทัล อัลเทอร์เนทีฟ วันนี้อาจเป็นวันของแร็พ ฮิพฮอพ ชิลล์ เอาต์ การาจ ร็อก ไปจนถึง อีเล็กโทรแคลชแต่วันพรุ่งนี้กระแสดนตรีโลกจะพุ่งไปทางไหนเหลือจะคาดเดา ร่ำๆว่าดนตรียุค 70 กำลังจะกลับมาเป็นเทรนด์ใหม่เสียด้วยซ้ำไป
กล่าวอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวไหน กาลเวลาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ของจริง” เท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้
ของจริงที่ว่านี้ไม่จำกัดรุ่น ไม่จำกัดเพศหรือวัย อยู่ที่ว่ามี “ตัวตน” ที่แท้หรือไม่ สามารถปรุงแต่งความเป็นตัวเองเข้ากับยุคสมัยได้หรือไม่เท่านั้น
ใครคนไหนมี “ลายเซ็น” ของตัวเองก็มักจะอยู่ยั้งยืนยง เป็นศิลปินที่ “ตายยาก” อยู่เสมอ
วงดนตรีที่ครั้งหนึ่งได้ชื่อว่าเป็น “คันทรี่ร็อก ทางเลือก” อย่าง The Jayhawks น่าจะเป็นตัวอย่างได้ชัดเจนที่สุด
The Jayhawks ก่อตั้งวงขึ้นมาเมื่อเดือนก.พ.ปี 1985 แกนหลักสำคัญของวงคือ มาร์ก โอลสัน อดีตมือเบสมากฝีมือของวงสแตกเกอร์ ลี ในมินนิอาโปลิส,มินเนโซต้า ส่วนสมาชิกรุ่นก่อตั้งคือ มาร์ก เพิร์ลแมน (กีตาร์),นอร์ม โรเจอร์ส (กลอง) และสมาชิกสำคัญอีกคนคือ แกรี่ ลูริส อดีตมือกีตาร์และนักแต่งเพลงฝีมือดีจากวงเซฟตี้ ลาสต์
The [...]

คิดถึง’จรัล’

 
หนังสือ “อื่อ..จา..จา จรัล มโนเพ็ชร” พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนก.ย.2527 โดยนิตยสาร “เพื่อนเดินทาง” ช่วงนั้นจรัลกำลังโด่งดังสุดขีด นับตั้งแต่ผลงานชุดแรก “โฟล์คซองคำเมือง ชุดอมตะ 1″ ออกวางตลาดเมื่อปี 2520หนังสือเล่มนี้ “สิเหร่” และ “ฌาน” ร่วมกันเรียบเรียง ประกอบด้วยบทสัมภาษณ์เบื้องหลังการทำเพลงโฟล์คซองคำเมืองและผลงานเพลงตั้งแต่ชุดแรก จนถึงชุดหลังสุดที่ออกมาในช่วงนั้น คือ “เอื้องผึ้ง จันผา”
บุคคลสำคัญที่มีส่วนผลักดันหรือจะเรียกว่าค้นพบจรัลก็ว่าได้ คนนั้นคือ มานิต อัชวงศ์ เจ้าของร้านเทปในเชียงใหม่ ซึ่งต่อมากลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวจนถึงวาระสุดของจรัล มโนเพ็ชร
จรัลเล่าถึงจุดกำเนิดโฟล์คซองคำเมืองว่า ประมาณเดือนม.ค.20 ไปเล่นดนตรีงานวันเกิดเพื่อน เล่นกันคนละเพลง มาถึงผมเป็นคนสุดท้าย ก็ไม่มีเพลงจะเล่นแล้ว เลยงัดเอาเพลง “น้อยใจยา” ขึ้นมาเล่น พอร้อง เจ้าของวันเกิดกับแม่ของเพื่อนลุกขึ้นรำ
ทุกคนร้องตามได้เป็นบางช่วง บางวรรค แต่ส่วนใหญ่ฮัมทำนองได้หมด ผมจึงรู้ว่าเพลงพวกนี้มันอยู่ในจิตใจของทุกคน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเล่นเพลงสากลกันอยู่ก็ตาม
คืนนั้น คุณมานิต อัชวงศ์ ไปในงานเลี้ยงด้วย ก็เลยชวนผมทำเพลงคำเมือง”
มานิตเล่าถึงเหตุการณ์เดียวกันว่า พบกับจรัลในลักษณะที่แปลกมาก จำได้ดีวันนั้น 10 ม.ค.20 ในงานวันเกิดเพื่อนคนหนึ่ง
“ผมเดินขนลุกเกรียวเข้าไปในงาน ใครนะร้อง “น้อยใจยา” ได้ขนาดนี้”
นั่นคือจุดเริ่มต้นของผลงานชุด [...]

เก้าอี้ขาว

สี่ทุ่ม ห้าทุ่ม เริ่มมองหน้า
เริ่มสบตา ลอดช่อง เครื่องคอมพ์กั้น
ได้เวลา เลิกงาน เรารู้กัน
มีฉัน มีเธอ ไม่(ค่อย)มีตังค์
จุ๊ๆๆ แอบย่องผ่าน หมูปิ้งแก้ว
ไม่ได้มา นานแล้ว ฉันแทบบ้า
ไม่ได้กิน ยำหนมจีน เป็นสัปดาห์
พี่แอ๋วจ๋า  อย่าว่าเลย ฉันอยากกิน
เก้าอี้เอย เก้าอี้ นั้นสีขาว
นั่งดูดาว ความอ่อนล้า มลายสิ้น
หาดความคิด กลับพรั่งพรู คล้ายปีกบิน
ไม่ได้กิน ไม่ได้มา ไม่รู้เลย
ตีสี่ ตีห้า เริ่มมองหน้า
หัวเริ่มล้า ขาเริ่มเซ ตาเริ่มสั้น
ได้เวลา กลับบ้าน เรารู้กัน
มีความฝัน ทั้งของฉัน และของเธอ
ปอล นาโช่