วงการนวนิยายกำลังภายในเวลานี้ แม้จะเป็นยุคของ “หวงอี้” แต่นักอ่านรุ่นใหม่จะละเลยปรมาจารย์ “กิมย้ง” ไม่ได้เด็ดขาด“กิมย้ง” ผู้ประพันธ์ “มังกรหยก” และเรื่องเด่นๆ อีกหลายสิบเรื่อง เขียนนวนิยายกำลังภายในตั้งแต่ปี 2498-2515 กว่า 50 ปีสร้างสรรค์ผลงานไว้ 36 เล่ม เรื่องยาว 12 เรื่อง เรื่องขนาดกลาง 2 เรื่อง ขนาดสั้น 1 เรื่อง บันทึกบุคคลและบทความอีกบางส่วน ในนวนิยาย “จิ้งจอกภูเขาหิมะ” ฉบับปรับปรุงใหม่ในวาระ 50 ปี กิมย้งแสดงทรรศนะการเขียนนวนิยายกำลังภายในไว้อย่างคมคายลึกซึ้ง
กิมย้ง บอกว่า เรื่องกำลังภายในก็เหมือนกับนวนิยายแนวอื่น คือ เขียนถึงคนเช่นกัน เพียงแต่ใช้ฉากยุคโบราณ ตัวละครมีวิทยายุทธ์ เค้าโครงเรื่องเน้นหนักไปที่การต่อสู้ช่วงชิง รุนแรงแต่มีรูปแบบพิเศษ คือแสดงออกถึงจิตใจคนถ้าเปรียบเทียบกับนักประพันธ์เพลงหรือผู้อำนวยการเพลง หากต้องการแสดงอารมณ์อย่างหนึ่ง จะสื่อผ่านเปียโน ไวโอลิน ซิมโฟนี หรือการขับร้อง จิตรกรสื่อผ่านภาพสีน้ำมัน ภาพสีน้ำ ภาพหมึกจีนหรือภาพพิมพ์
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รูปแบบการแสดงออก
หากแต่ฝีมือการแสดงออกดีหรือไม่ สามารถสื่อสารกับจิตใจของนักอ่าน ผู้ฟังหรือผู้ชมสร้างความรู้สึกร่วมของพวกเขาได้หรือไม่
นวนิยายเป็นรูปแบบทางศิลปะอย่างหนึ่ง มีทั้งศิลปะที่ดีและศิลปะที่ไม่ดี
ดีหรือไม่ดี ในทางศิลปะจัดอยู่ในขอบเขตของความงาม หาได้จัดอยู่ในขอบเขตของความเป็นจริงหรือความดีงามไม่ บรรทัดฐานที่ใช้ตัดสินความงามอยู่ที่ความงาม อยู่ที่อารมณ์ความรู้สึก หาใช่ความเป็นจริงหรือความไม่เป็นจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ไม่ (ซึ่งในทางสรีรศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าวิทยายุทธ์มีความเป็นไปได้หรือไม่)
ทั้งไม่อาจตัดสินว่าเป็นผลดีหรือไม่ดีทางด้านศีลธรรม มีราคาหรือไร้ค่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือว่าเป็นผลดีหรือผลเสียสำหรับผู้ปกครองบ้านเมือง
แน่นอนไม่ว่าผลงานศิลปะแขนงใดล้วนมีผลสะท้อนต่อสังคม สามารถใช้ผลสะท้อนที่มีต่อสังคมเป็นเครื่องวัดคุณค่า หากทว่านั่นเป็นการประเมินค่าอีกชนิดหนึ่ง
นักเขียนทุกคนย่อมมุ่งหวังให้ผู้อ่านชื่นชอบในผลงาน
กิมย้งก็เช่นกันเขาบอกว่า สิ่งที่ยินดีที่สุดคือนักอ่านรักชอบหรือเกลียดชังตัวละครบางตัวในนวนิยาย ถ้าเกิดความรู้สึกเช่นนั้น แสดงว่านักอ่านเกิดความผูกพันกับตัวละครในนวนิยายเแล้ว
ความคาดหวังอย่างเอกอุของคนเขียน ไม่มีอะไรเกินกว่าการสร้าง สรรค์ตัวละครให้เป็นบุคคลที่มีชีวิตมีเลือดเนื้อในจิตใจของนักอ่านอีกแล้ว
กิมย้งกล่าวตอนหนึ่งอย่างน่าประทับใจว่า
จุดประสงค์หนึ่งของการเขียนเรื่องกำลังภายใน คือต้องการสลักเสลาลักษณะนิสัย บรรยายถึงความยินดีหม่นหมอง ความหรรษาโศกศัลย์ในผู้คน นวนิยายไม่ต้องการสื่อถึงอะไร ถ้าหากมีการประณามต้องเป็นด้านมืดที่ต่ำช้าในนิสัยใจคอผู้คน
“ข้าพเจ้าเห็นว่ามุมมองทางการเมือง กระแสความคิดทางสังคมมักเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
แต่นิสัยใจคอของคนน้อยครั้งจะเปลี่ยนแปลง!?
ชนา ชลาศัย
Filed under: เก็บเรื่องมาเล่า
