Posted on พฤศจิกายน 17, 2007 by whitechair
กรอบนโยบาย “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ช่วง 3-4 ปีข้างหน้ากำหนดไว้คร่าวๆ จะวางแผนดึงตลาดกลุ่ม “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ให้มาเยือนเมืองไทยมากขึ้น
สอดคล้องกับผลการสำรวจในหลายประ เทศ อาทิ สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ที่พบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวระดับคุณภาพ มีเงินถุงเงินถังนี่แหละ นับวันยิ่งขยายตัวมากขึ้น
นอกจากนั้น ยังเป็นตลาดที่เต็มใจควักเงินเป็นแสนๆ บาท เพื่อซื้อแพ็กเกจเข้ามาท่องเที่ยวลิ้มลอง “ประสบการณ์ใหม่” ในต่างแดน หลีกหนีความจำเจในประเทศตัวเองนักเที่ยวประเภทนี้เรียกว่ากลุ่ม “เอ็กซ์พีเรียนเชียล แทรเวล“
มีความต้องการคล้ายกับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (คัลเจอร์รัล ทัวริซึ่ม) เพียงแต่เปิดมุมมองกว้างกว่าแง่มุมการท่องเที่ยวเฉพาะด้านศิลปะ-วัฒนธรรม
พูดให้เห็นภาพก็คือ กลุ่ม “เอ็กซ์พีเรียนเชียล แทรเวล” ถ้าจะให้เที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็ชอบแต่ถ้ามีทัวร์จัดพาเดินบุกป่าฝ่าดง “อะเมซอน” เพื่อสำรวจระบบนิเวศและเก็บสมุนไพรในป่ามาต้มชงดื่มเองนั่นยิ่งชอบใหญ่ ซึ่งทัวร์แบบนี้มีขายจริงๆ ในสหรัฐ
สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเยลก็มีธุรกิจนำเที่ยวลักษณะข้างต้นเช่นกัน โดยทำร่วมกับบริษัทเอกชน คิดค่าหัวคนละเกือบ 2 แสนบาท หนึ่งในโปรแกรมทัวร์ที่จัดเตรียมไว้ เช่นพาตระเวนดูศิลปะการทำอาหารอันเลื่องชื่อของแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี เจาะลึกเมนูอาหารท้องถิ่น รวมถึงกระบวนการผลิตไวน์และกรรมวิธีคั่วกาแฟสไตล์ทัสกานี่
ว่าไปแล้วสำหรับตลาด “เอ็กซ์พีเรียนเชียล แทรเวล” นั้นไทยเรามีศักยภาพไม่แพ้ชาติไหนในโลก.. เพียงแต่ขอให้เป็นการมอบประสบการณ์ดีๆ ให้นักท่องเที่ยวก็แล้วกัน เรื่องโด่งดังแนวโลกียะในอดีตจะได้เพลาๆ ลงหน่อย!
วันเสาร์
Filed under: คอลัมน์ | 1 ความคิดเห็น »
Posted on พฤศจิกายน 14, 2007 by whitechair
ผมคิดว่าผมคงต้องตาย…ผมกำลังคิดเช่นนั้นจริง ๆ
เธอกำลังจะทิ้งผมไปทั้ง ๆ ที่ไม่มีข้อขัดแย้งหรือลางบอกเหตุใด ๆ เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้ผมเตรียมทำใจได้เลย และทั้ง ๆ ที่เธอก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทุกอย่างมันฉุกละหุกฉุกเฉินเกินกว่าที่ผมจะตั้งตัวได้ทัน
ความรู้สึกแรก
“ต้นฟังเรานะ พรุ่งนี้เราจะไปจากที่นี่…ไม่เป็นไร ไม่ต้องตกใจ…”
เหมือนร่างกายจมหายไปในช่องน้ำแข็งขั้วโลก เงียบงัน เยียบเย็น ชาด้าน ความรู้สึกทั้งสามพลุ่งพล่านระคนกัน บอกไม่ถูกว่าอะไรเกิดขึ้นก่อน บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร มันคงรวม ๆ กันหลอมกายให้อึ้งอั้นเป็นท่อนน้ำแข็ง
“…มันไม่ใช่ความผิดของเธอ มันอาจเป็นความผิดของเรา ใช่! ทั้งหมดเป็นความรู้สึกของเราเอง เราจะไม่บอกเธอถึงเหตุผล แต่จะบอกให้เธอรู้ว่าเราคิดเรื่องนี้มานานแล้ว คิดทุกวัน คิดรอบคิดครอบทุกเหตุผลทั้งมวล กรอกคำถามมากมายลงไปในความคิดของเรา มันแปลงผลลัพธ์ออกมาเป็นคำตอบว่า stop, it’s enough …”
ความรู้สึกต่อมาคือการพยายามตั้งคำถามกับดวงตาเด็ดเดี่ยวคู่นั้น แต่เหมือนช่องปากจะอัดแน่นไปด้วยก้อนหิน แขนขาถูกถ่วงด้วยตุ้มเหล็กที่มองไม่เห็น ทุกถ้อยคำที่เธอพลั่งพรูออกมาคมกริบราวใบมีด กรีดเฉือนลิ้นผมสั้นด้วน จนไม่สามารถกระดกคำพูดออกมาได้สักคำ
“…แต่มันคงจะดีกว่าใช่ไหมที่เธอต้องรู้ อย่างน้อยก็เพื่อตัวเธอเอง และเธอก็จะได้ไม่มองว่าเราเป็นคนไม่มีเหตุผล เธอชอบบ่นเสมอว่าผู้หญิงไม่มีเหตุผล แต่นั่นล่ะคือเป็นเหตุผลหนึ่งในความไม่มีเหตุผลของผู้หญิงที่เธอชอบทำท่ารำคาญเสมอ โอเคแต่ก่อนคำว่า”ผมรักคุณ”ของเธอมันอาจหวานซึ้งกินใจจนเราโง่งม จนคิดว่าคำนี้เพียงพอที่สุดแล้วสำหรับชีวิตรัก และชีวิตคู่ในอนาคต ไม่ต้องพูด ! [...]
Filed under: เรื่องสั้น | Leave a Comment »
Posted on พฤศจิกายน 14, 2007 by whitechair
ดอกไม้ดอกหนึ่ง
อยู่ในป่า
เกิด เติบโต และรอวันผลิบาน
แต่วันหนึ่งดอกไม้เศร้าโศก
ไม่อยากเติบโต ผลิบาน
ร้าวรานเพราะไม่มีใครเห็น
แล้วฉันจะบานเพื่อใคร-ดอกไม้ถาม
จนวันหนึ่ง มีเสียงกระซิบมาจากเบื้องบน
ดังมาจากดาวดวงหนึ่งบนฟากฟ้า
บอกว่า-อย่าเศร้าไปเลยดอกไม้
เจ้าเกิดมาก็เพื่อผลิบาน-ไม่ใช่หรือ
เติบโต ผลิบาน เพื่อตัวเองไม่ได้หรือ
ดอกไม้สะท้านสะทก
ก่อนหัวใจสั่นไหวเมื่อมองขึ้นไปท้องฟ้าเบื้องบน
ดาวดวงนั้น เล็กกระจิดริด
ริบหรี่ราวแสงจากหิ่งห้อยในยามค่ำคืน
เจ้าเห็นข้าหรือไม่-ดวงดาวถาม
เห็นมั๊ยเล่า-ข้าเป็นเพียงดาวอับแสงดวงหนึ่ง
เป็นเพียงจุดเล็กๆบนฟ้าที่ดารดาษไปด้วยดาวพราวแสง
แต่ถึงอย่างไรข้าไม่เคยหม่นเศร้ากับตัวเอง
อย่างน้อยข้าเกิดมาเพื่อส่องแสง
ข้ารู้เพียงเท่านั้น
ดอกไม้แย้มยิ้มให้กับดวงดาว
พบคำตอบให้ตัวเอง
ข้าพร้อมแล้วจะผลิบาน
เพื่อตัวเอง เพื่อโลก และเจ้าด้วย
ดวงดาว…
ชิกไก้ปั่ว
Filed under: กวีกระวาด | Leave a Comment »
Posted on พฤศจิกายน 14, 2007 by whitechair
วิกฤตราคา ‘น้ำมันดิบ’ พุ่งกระฉูดขึ้นไปเกือบติด 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นปัญหาใหญ่ที่คนเดินถนนทั่วโลกต้องก้มหน้ารับกรรมอย่างไร้ทางสู้
งานนี้องค์กร โอเปก หรือกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ ตกเป็นเป้าโดนชี้นิ้วประณามอยู่เนืองๆ ว่า เป็นตัวการทำให้ราคาน้ำมันวิ่งเดินหน้าไม่หยุด
ระหว่างงานสัมมนานาชาติเรื่อง น้ำมันและการเงิน ในกรุงลอนดอน ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ อินเตอร์เนชั่นแนล ทรีบูน
นายอับดุลเลาะห์ บิน หะหมัด อัล อัตติยาห์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานการ์ตา ในฐานะชาติสมาชิกโอเปกรุ่นบุกเบิก จึงได้โอกาสลุกขึ้นชี้แจงเสียงดังๆ..
ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โอเปกโดนกล่าวหาว่า เป็นมารร้ายจ้องสูบเลือดสูบเนื้อเพื่อนมนุษย์
แต่วันนี้ถึงเวลาที่ตนต้องพูดความจริงเกี่ยวกับ ปัญหาราคาน้ำมัน จากมุมมองโอเปกให้รู้ดำรู้แดงเสียที!
ท่านรัฐมนตรีการ์ตา ฟันธงว่า ต่อให้โอเปกเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีกวันละ 5 แสน หรือล้านบาร์เรล ราคาน้ำมันก็ใช่จะลดลงง่ายๆ เพราะมีสาเหตุอีกหลายประการด้วยกันนอกเหนือจากปริมาณความต้องการบริโภคน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทุกขณะตามธรรมชาติอยู่แล้ว นั่นก็คือ
1. บรรดานักลงทุนรายใหญ่สูญเสียเงินไปมหาศาลจากการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ หุ้น และตราสาร/พันธบัตรต่างๆ จึงหันมาซื้อขายเก็งราคาน้ำมัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ในหมวดปิโตรเคมีแบบล่วงหน้าแทน ส่งผลให้เกิดการ ปั่นราคาน้ำมัน ขึ้นในตลาดโลก
2. แต่ละประเทศก็มี โรงกลั่นน้ำมัน ของตัวเองอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จักปรับปรุงศักยภาพของระบบการกลั่นให้เพิ่มมากขึ้น ทีนี้พอกลั่นน้ำมันออกมาป้อนโรงงาน หรือ ป้อนเครื่องจักรทั้งหลายไม่ทัน ราคาเชื้อเพลิงจึงต้องทะยานสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ยิ่งไปกว่านั้นโรงกลั่นหัวหมอส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมลดกำไรค่ากลั่น [...]
Filed under: คอลัมน์ | Leave a Comment »
Posted on พฤศจิกายน 14, 2007 by whitechair
ทุกวันนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อห้างซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ ‘เทสโก้’
ห้างเทสโก้มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศอังกฤษ ก่อนแผ่ขยายสาขากว้างใหญ่ไปทุกมุมโลก มีพนักงานร่วมๆ 3 แสนคน
เทสโก้ถูกโจมตีว่าเป็นตัวการทำลาย ธุรกิจชุมชน หรือที่บ้านเราเรียกว่าร้านโชห่วยทั้งหลาย
ในอังกฤษเอง กระแสต้านเทสโก้ก็แรงไม่แพ้ที่เกิดขึ้นในโคราช เชียงใหม่ กระบี่ อุดรธานี พะเยา ฯลฯ
ยกตัวอย่างเช่นเมืองเชอริ่งแฮม เขตนอร์ฟอล์ก ชุมชนที่นั่นต่อสู้คัดค้านไม่ให้เทสโก้เข้ามาเปิดดำเนินกิจการนานถึง 10 ปีเต็ม
ล่าสุด ไม่กี่วันที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านเทสโก้ก็เพิ่งได้รับชัยชนะครั้งสำคัญ หลังจากสภาเทศบาลเมืองเชอริ่งแฮม ลงมติคัดค้านแผนก่อสร้างห้างเทสโก้ไปเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะครั้งนี้อาจมีเวลาดีใจได้ไม่นาน เนื่องจากยังต้องไปต่อสู้กันอีกครั้งในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่!
ผลกระทบจากการรณรงค์ต่อต้านเทสโก้ ซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานได้ทำให้ ชุมชุมเชอริ่งแฮม ที่เคยอยู่กันอย่างสงบสุขแตกเป็น 2 ฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งบอกว่า เทสโก้จะช่วยให้ชาวบ้านซื้อของถูก มีลดแลกแจกแถม
ส่วนอีกฝ่ายแย้งว่า การเปิดเทสโก้นั้นไม่ต่างอะไรกับการ ‘ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ ร้านค้าในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งกระจายรายได้ของชาวเมือง และยังเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกด้วย
สำหรับกลเม็ด-เทคนิคระดมเสียงสนับสนุนของเทสโก้ก็จัดว่าไม่ธรรมดา มีทั้งทำผ่านการส่งจดหมาย โทรศัพท์ รวมถึงบุกไป ล็อบบี้ สมาชิกสภาเทศบาลเชอริ่งแฮมถึงบ้าน พร้อมกับส่งคนเข้าไปล่ารายชื่อขอความเห็นใจกับชาวเมือง โดยเอาผลประโยชน์หลากหลายชนิดเข้าไปล่อใจ
ประเด็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างการขยายตัวไม่หยุดยั้งของเทสโก้ กับ แรงต่อต้านจากชุมชนต่างๆ ทั่วโลก จะยังคงเป็นหนังเรื่องยาวที่ไม่ยุติลงง่ายๆ อย่างแน่นอน!
วันเสาร์
Filed under: คอลัมน์ | 1 ความคิดเห็น »
Posted on พฤศจิกายน 14, 2007 by whitechair
ลมหนาวเริ่มพัดผ่านกระทบต้องผิวกาย ปุยเมฆขาวนวลบนท้องฟ้าสีคราม เคลื่อนคล้อยตัวเข้าบดบังแสงแดดอบอุ่นจากพระอาทิตย์ดวงโต ถึงแม้อากาศจะเพิ่งเริ่มหนาวนิดๆ แต่เพราะไม่เคยชมชอบไอเย็น เราจึงรีบเดินจ้ำอ้าวไปยังร้านเล็กๆ ที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นกาแฟ อย่างน้อยจังหวะของการก้าวเดินก็ช่วยเพิ่มไออุ่น และที่สำคัญ ณ จุดนัดหมายแห่งนั้น ยังมีดวงตะวันที่กำลังฉายแสงรออยู่
อ๊ะ อ๊ะ ไม่ต้องตกใจไป ใช่ว่าพระอาทิตย์จะงอนก้อนเมฆ จนหนีมาเที่ยวเล่นหรอกนะ แต่เราหมายถึงชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มคนหนึ่ง ที่ความสามารถของเขาก็กำลังฉายแสงมากขึ้นเรื่อยๆ ในบรรณพิภพ ไม่แตกต่างจากพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าเช่นกัน
เชตวัน เตือประโคน
ก่อเกิดดวงตะวัน…
“เป็นคนที่ไม่ค่อยมีพื้นฐานการอ่านหนังสือมากนัก เพราะเติบโตมาในครอบครัวธรรมดามาก พ่อแม่ทำนาอยู่ที่บุรีรัมย์ ที่บ้านก็ไม่มีหนังสือให้อ่าน มีอยู่เล่มเดียวมั้ง วารสารกำนันผู้ใหญ่บ้านของพ่อ เพราะพ่อเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” เชตวันทอดสายตาไปยังถนนเบื้องหน้าเมื่อเล่าเรื่องราวในวัยเยาว์ ก่อนที่จะเสริมอีกว่าเห็นนิ่งๆ อย่างนี้นะ ตอนเด็กๆ เขาก็ร้ายไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
“คล้ายจะเชื่อฟังพ่อแม่แต่ไม่ค่อยเชื่อ เป็นพวกเพื่อนชวนไปไหนไปหมด โดดเรียนก็บ่อย ทำกิจกรรมก็เยอะทั้งเป่าทรัมเป็ตในวงโยธวาทิต ทั้งเป็นนักกีฬาฟุตบอล ไม่ค่อยสนใจเรื่องเรียน ทำแต่กิจกรรม แต่แปลกอยู่ห้องเด็กเก่งตลอด จนกระทั่งอยู่ ม.2 เพื่อนซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญ เป็นหนังสือวรรณกรรมเยาวชนธรรมดา ก็อ่านจบแล้วเกิดประเด็นที่ว่า เฮ้ยอย่างนี้เราเขียนได้นี่หว่า เป็นความหยิ่งยโสแบบเด็กๆ” เชตวันเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่เขาก็บอกว่านั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการเขียนอย่างที่เราคิด เพราะแม้ว่าจะถึงกับขนาดตัดกระดาษ วาดภาพประกอบเสร็จสรรพแต่เพราะไม่เคยมีพื้นฐานการอ่านมาก่อน คลังคำจึงว่างเปล่า สุดท้ายก็เขียนไม่สำเร็จ และทิ้งไปเลยจนกระทั่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ในฐานะน้องใหม่ของคณะเกษตร [...]
Filed under: สัมภาษณ์ | Leave a Comment »
Posted on พฤศจิกายน 4, 2007 by whitechair
ระบอบการปกครองแบบ “คอมมิวนิสต์” ในโลกนี้กล่าวได้ว่า มีหลงเหลืออยู่แค่ไม่กี่ประเทศ
“เวียดนาม” คือ หนึ่งในนั้น
รัฐบาลฮานอยยังคงยึดมั่นแนวทางคอมมิวนิสต์ สังคมนิยม และอนุรักษ์นิยม อย่างเหนียวแน่น นับตั้งแต่กลุ่มคอมมิวนิสต์ นำโดยโฮจิมินห์ ขึ้นปกครองเวียดนามแบบเบ็ดเสร็จเมื่อปี 2519
แม้เวียดนามจะเป็น “สังคมปิด” แต่เมื่อโลกเดินเข้าสู่ยุคทุนนิยมสุดขั้ว ผู้มีอำนาจก็จำเป็นต้องพยายามปรับตัวเพื่อรับมือกับ “ค่านิยม” ที่ทะลักมาจากภายนอก
อดีตอันโหดร้ายสมัยเวียดกงจับปืนรบทหารอเมริกันมีคนตายนับแสนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองชาติทำมาค้าขายในกระแสทุนได้โดยสะดวก
ปรากฏการณ์ใหม่ๆ ทางสังคมที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับเวียดนาม ก็เริ่มตกเป็นข่าวตามสื่อเป็นระยะๆ
ตัวอย่างเช่นกรณี “คลิปสวาทเขย่าโลก” ซึ่งดาราสาวชื่อดัง น.ส.เหวียน ถวี่ลิงห์ วัย 19 ปี ถ่ายคลิปวิดีโอขณะร่วมรักกับแฟนหนุ่มนักเรียนนอกเอาไว้ด้วยความคึกคะนอง และผลสุดท้ายก็หลุดออกมาสู่สายตาสาธารณชน จนส่งผลให้ถวี่ลิงห์ต้องจบชีวิตนักแสดง
แตกต่างจากคลิปเซ็กซ์สุดฉาว ปารีส ฮิลตัน ไฮโซอเมริกัน ซึ่งเมื่อหลุดไปตามเว็บไซต์ต่างๆ กลับทำให้เธอดังเป็นพลุแตก มีงานวงการบันเทิงติดต่อเข้ามามากมาย
ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน ข่าวใหญ่ในเวียดนามอีกข่าวที่สื่อระดับสากลให้ความสนใจหยิบยกไปเผยแพร่ต่อ ได้แก่
กรณี “สำนักงานวัฒนธรรมและข้อมูลข่าวสาร” นครโฮจิมินห์ อนุญาตให้ นายไท เฟวียน ศิลปิน/ช่างภาพชื่อดัง เปิดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย “นู้ด” ได้ เป็นครั้งแรกในเวียดนาม ระหว่างวันที่ 24-27 พฤศจิ กายนนี้
สำนักข่าวเวียดนามเน็ต ถึงกับระบุว่า [...]
Filed under: บทความ | 7 Comments »