นิทรรศการ”นู้ด”ปฏิวัติสังคมเวียดนาม!?

ระบอบการปกครองแบบ “คอมมิวนิสต์” ในโลกนี้กล่าวได้ว่า มีหลงเหลืออยู่แค่ไม่กี่ประเทศ
“เวียดนาม” คือ หนึ่งในนั้น
รัฐบาลฮานอยยังคงยึดมั่นแนวทางคอมมิวนิสต์ สังคมนิยม และอนุรักษ์นิยม อย่างเหนียวแน่น นับตั้งแต่กลุ่มคอมมิวนิสต์ นำโดยโฮจิมินห์ ขึ้นปกครองเวียดนามแบบเบ็ดเสร็จเมื่อปี 2519
แม้เวียดนามจะเป็น “สังคมปิด” แต่เมื่อโลกเดินเข้าสู่ยุคทุนนิยมสุดขั้ว ผู้มีอำนาจก็จำเป็นต้องพยายามปรับตัวเพื่อรับมือกับ “ค่านิยม” ที่ทะลักมาจากภายนอก
อดีตอันโหดร้ายสมัยเวียดกงจับปืนรบทหารอเมริกันมีคนตายนับแสนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองชาติทำมาค้าขายในกระแสทุนได้โดยสะดวก
ปรากฏการณ์ใหม่ๆ ทางสังคมที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับเวียดนาม ก็เริ่มตกเป็นข่าวตามสื่อเป็นระยะๆ
ตัวอย่างเช่นกรณี “คลิปสวาทเขย่าโลก” ซึ่งดาราสาวชื่อดัง น.ส.เหวียน ถวี่ลิงห์ วัย 19 ปี ถ่ายคลิปวิดีโอขณะร่วมรักกับแฟนหนุ่มนักเรียนนอกเอาไว้ด้วยความคึกคะนอง และผลสุดท้ายก็หลุดออกมาสู่สายตาสาธารณชน จนส่งผลให้ถวี่ลิงห์ต้องจบชีวิตนักแสดง
แตกต่างจากคลิปเซ็กซ์สุดฉาว ปารีส ฮิลตัน ไฮโซอเมริกัน ซึ่งเมื่อหลุดไปตามเว็บไซต์ต่างๆ กลับทำให้เธอดังเป็นพลุแตก มีงานวงการบันเทิงติดต่อเข้ามามากมาย
ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน ข่าวใหญ่ในเวียดนามอีกข่าวที่สื่อระดับสากลให้ความสนใจหยิบยกไปเผยแพร่ต่อ ได้แก่
กรณี “สำนักงานวัฒนธรรมและข้อมูลข่าวสาร” นครโฮจิมินห์ อนุญาตให้ นายไท เฟวียน ศิลปิน/ช่างภาพชื่อดัง เปิดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย “นู้ด” ได้ เป็นครั้งแรกในเวียดนาม ระหว่างวันที่ 24-27 พฤศจิ กายนนี้
สำนักข่าวเวียดนามเน็ต ถึงกับระบุว่า [...]

‘พรรคสตรีโปแลนด์’-นู้ดเพื่อชาติ!

  แวดวงการเมือง “โปแลนด์” บังเกิดสีสันสั่นสะท้านสะเทือนเส้นศีลธรรม
  ภายหลังจากพรรคการเมืองน้องใหม่ “พรรคสตรี” (ปาเตีย โคเบียต : พีเค) ขึ้นป้ายรณรงค์หาเสียงสุดเร้าใจ
  จับสมาชิกร่างกายเปลือยเปล่า 7 คน มาถ่ายแบบโปสเตอร์หาเสียง ท้าทายทัศนคติ “อนุรักษ์นิยม” ของคนโปแลนด์รุ่นเก่า
  “มานูเอลา เกรตคอฟสกา” ประธานพรรคพีเค เผยเบื้องหลังว่า
  สาเหตุที่ตัวเธอกับเพื่อนสมาชิกอีก 6 คนลุกขึ้นมาปลดผ้าถ่าย “นู้ด” หาเสียง ถ้ามองแบบฉาบฉวยอาจหาว่าต้องการ “ขายเซ็กซ์”
  แต่เนื้อหาเบื้องลึกที่แท้จริงที่ต้องการสื่อสารไปยังประชาชนโปแลนด์ ก็คือ
  “เราไม่มีอะไรปิดบังซ่อนเร้นต่อประชาชน!”
  “โปสเตอร์ชิ้นนี้ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อทำลายภาพพจน์ทางการเมืองเก่าๆ ที่ถูกครอบงำโดยพวกผู้ชายใส่สูทเคร่งขรึม และไม่เคยมีแก่นสารอะไรเลย” มานูเอลาให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี
  มานูเอลาก่อตั้งพรรคสตรี หรือพรรคพีเค ขึ้นมาเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ชูคำขวัญ ซึ่งเป็นจุดขายหลักของพรรค
  “พรรคเพื่อผู้หญิง…โปแลนด์คือผู้หญิง!”
  ปัจจุบันมีสมาชิกหญิงล้วนเข้าร่วมประมาณ 1,500 คน
  ในจำนวนนี้บางคนเป็นสตรีที่มีฐานะทางสังคมสูง เข้าข่ายคนดังระดับประเทศ เช่น “คริสเตียนา แจนดา” นักแสดง และ “แอกเนียสกา ไรลิก” แชมป์มวยหญิงรุ่นจูเนียร์เวลเตอร์เวต
  [...]

เรื่องเล่าจาก’คอสะพาน’

 
ถึงแม้จะเป็นคนดื่มเหล้า แต่ผมไม่ค่อยยอมรับความเป็น “คอสุรา” ของตัวเองเท่าใดนัก เพราะถึงอยากจะมีเหล้ากินทุกวัน แต่ผมก็นิยมดื่มพอประมาณ จิบพออ้วก เน้นความรื่นรมย์ในการดื่มกิน พูดคุย เสียมากกว่า
ปะเหมาะเคราะห์ดีเจอเพื่อนร่วมวงประเภทคอหนักก็มักจะเจอค่อนขอดว่าการดื่มเหล้าของผมนั้นมันช่างเหลวไหล หาความเร้าใจไม่ได้เอาเสียเลย
หรืออย่าง “คอหนังสือ” ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ ถึงจะชอบอ่านหนังสือแต่มันก็เป็นการตะลุยอ่านดะ อะไรก็ได้ที่มันวางอยู่ตรงหน้า หรืออ่านเพราะชื่อเรื่อง แบบปก แต่หาได้ละเลียดในการค้นหาความหมายในแต่ละบรรทัด หรือพินิจพิเคราะห์กลวิธีในการเขียนอย่างที่ “คอ” ประเภทนี้เค้านิยมกัน บางทีหนังสือที่เขาว่ากันว่าอ่านแล้วเหมือนโดนตีหัวแบะ ผมอ่านแล้วก็เฉยๆ ไม่รู้สึกโดน ขนาดที่ว่าชีวิตต้องเปลี่ยนไปเพราะหนังสือเล่มนึงอะไรประมาณนั้นไม่ใช่ผมแน่นอน
“คอเพลง” หรือครับ อืมม์…ก็เคยพอจะเรียกได้เหมือนกันละครับ แต่มันก็กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว ตอนนี้ชอบเพลงไหนก็หาโหลดเอาจากอินเตอร์เน็ตบ้าง แผ่นก็อปของเพื่อนบ้าง เครื่องที่ฟังก็เป็นแค่เอ็มพี-3 รุ่นกระป๋องกระแป๋ง ไม่ได้ฟังเครื่องเสียงจากสเตริโอเสียงกระหึ่มอีกต่อไป เรื่องฟังเพลงของผมในปัจจุบันนี่มันหยาบยิ่งกว่าทรายขี้เป็ดเสียอีก จะบอกให้
แล้วผมเป็น “คอ” อะไรกันเล่า?
ผมก็จะตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมไม่ได้อะไรนักหนากับเรื่องเหล่านี้ จะอ่านหนังสือ กินเหล้า ฟังเพลง ก็ไม่ได้ยึดเอาอะไรเป็นสรณะ ไม่มีความเชี่ยวชาญในระดับ “คอ” กับเรื่องเหล่านี้
ชีวิตของผมมันก็เรื่อยเปื่อยไปเรื่อยนั่นแหละ ไม่ค่อยจะมีความไฝ่ฝันอะไรเหมือนผู้คนธรรมดาเท่าใดนัก ไม่หวังมีบ้าน มีรถขับ หรือร่ำรวยเป็นเศรษฐีกะเขาครับ…
ใครจะว่าผมเพี้ยน แปลกแยก เป็นยอดมนุษย์จืดชืด ไม่ได้ความ [...]

‘วรรณไร’ในโลก’มูรากามิ’

  
‘วรรณไร’ ลงบันไดบ้านมาหาผม พร้อมกับหนังสือเล่มหนา หน้าปกสวยตามสมัย ชื่อ The wind-up bird chronicle ของ Haruki Murakami ชื่อในภาษาไทยว่า ‘บันทึกนกไขลาน’ สำนวนแปลของพ่อมดนักแปล ‘นพดล เวชสวัสดิ์’
“อ่านจบแล้วเหรอ?” “จบมาหลายวันแล้วพี่”
“เป็นไงบ้างล่ะ?”
“เรื่องมันยาวน่ะพี่”
“เฮ้ย … หนังสือมันหนาขนาดนี้ คงไม่สั้นหรอก!”
เจอค้อนไปหนึ่งขวับ ผมหุบปากฉับ เตรียมเบิ่งหูรับถ้อยคำที่พร่างพรูจากแม่สาววรรณไร ไรริ้นแห่งวรรณกรรมผู้ wanna write
“มูรากามิ ก็ยังเป็นมูรากามิอยู่ มีเรื่องโลกพิลึกพิลั่นซ่อนอยู่ในบรรยากาศของโลกที่ดูเหมือนจะเป็นโลกจริงๆ แต่เล่มนี้ เขาทำการบ้านมาเยอะ มีแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์มาด้วย”
“เรื่องราวเป็นยังไง”
“คร่าวๆ ก็เป็นบันทึกของผู้ชายวัยสามสิบคนนึงที่แต่งงานแล้ว เขาลาออกจากงานเสมียนบริษัทกฎหมายมาอยู่กับบ้านเฉยๆ เอ้อ.. ที่จริงก็ไม่เฉยๆ หรอก พี่แกก็ทำงานบ้าน ซักผ้า ซื้อของใช้เข้าบ้าน เตรียมอาหาร ไปรับเสื้อผ้าจากร้านซักแห้งให้เมีย”
“น่าเบื่อแย่ ชีวิตพ่อบ้านอย่างนั้นจะเขียนได้ยาวเหยียดอย่างนี้เชียวเหรอ”
“นี่ อย่าเพิ่งสรุปอะไรได้มั้ย นั่นมันแค่ปูพื้นของสถานการณ์ของอีกตานี่เท่านั้นแหล่ะ เรื่องราวเริ่มมีแอคชั่นมากขึ้นเมื่อเมียแกบอกให้ไปตามหาแมวที่บ้านที่หายไปในตรอกละแวกนั้น ตรอกนั่นน่ะ ร้อยวันพันปีแกก็ไม่ค่อยได้เข้าไปหรอก เพราะเป็นตรอกตันแล้วก็มีบ้านร้างอยู่หลังนึง วันนั้นแกไม่อยากขัดใจเมียก็เลยแวะไปดู”
“แล้วโดนผีในบ้านร้างหลอก”
“เปล่า แกไปเจอเด็กสาวคนนึงชื่อเมย์”
“คงเกิดเดือนพฤษภา”
“โหพี่ ถามเหมือนอีตานั่นเลยเด้ะเลย คนชื่อเมย์ คงจะเกิดเดือนมิถุนาหรอก [...]