Posted on พฤศจิกายน 14, 2007 by whitechair
ลมหนาวเริ่มพัดผ่านกระทบต้องผิวกาย ปุยเมฆขาวนวลบนท้องฟ้าสีคราม เคลื่อนคล้อยตัวเข้าบดบังแสงแดดอบอุ่นจากพระอาทิตย์ดวงโต ถึงแม้อากาศจะเพิ่งเริ่มหนาวนิดๆ แต่เพราะไม่เคยชมชอบไอเย็น เราจึงรีบเดินจ้ำอ้าวไปยังร้านเล็กๆ ที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นกาแฟ อย่างน้อยจังหวะของการก้าวเดินก็ช่วยเพิ่มไออุ่น และที่สำคัญ ณ จุดนัดหมายแห่งนั้น ยังมีดวงตะวันที่กำลังฉายแสงรออยู่
อ๊ะ อ๊ะ ไม่ต้องตกใจไป ใช่ว่าพระอาทิตย์จะงอนก้อนเมฆ จนหนีมาเที่ยวเล่นหรอกนะ แต่เราหมายถึงชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มคนหนึ่ง ที่ความสามารถของเขาก็กำลังฉายแสงมากขึ้นเรื่อยๆ ในบรรณพิภพ ไม่แตกต่างจากพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าเช่นกัน
เชตวัน เตือประโคน
ก่อเกิดดวงตะวัน…
“เป็นคนที่ไม่ค่อยมีพื้นฐานการอ่านหนังสือมากนัก เพราะเติบโตมาในครอบครัวธรรมดามาก พ่อแม่ทำนาอยู่ที่บุรีรัมย์ ที่บ้านก็ไม่มีหนังสือให้อ่าน มีอยู่เล่มเดียวมั้ง วารสารกำนันผู้ใหญ่บ้านของพ่อ เพราะพ่อเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” เชตวันทอดสายตาไปยังถนนเบื้องหน้าเมื่อเล่าเรื่องราวในวัยเยาว์ ก่อนที่จะเสริมอีกว่าเห็นนิ่งๆ อย่างนี้นะ ตอนเด็กๆ เขาก็ร้ายไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
“คล้ายจะเชื่อฟังพ่อแม่แต่ไม่ค่อยเชื่อ เป็นพวกเพื่อนชวนไปไหนไปหมด โดดเรียนก็บ่อย ทำกิจกรรมก็เยอะทั้งเป่าทรัมเป็ตในวงโยธวาทิต ทั้งเป็นนักกีฬาฟุตบอล ไม่ค่อยสนใจเรื่องเรียน ทำแต่กิจกรรม แต่แปลกอยู่ห้องเด็กเก่งตลอด จนกระทั่งอยู่ ม.2 เพื่อนซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญ เป็นหนังสือวรรณกรรมเยาวชนธรรมดา ก็อ่านจบแล้วเกิดประเด็นที่ว่า เฮ้ยอย่างนี้เราเขียนได้นี่หว่า เป็นความหยิ่งยโสแบบเด็กๆ” เชตวันเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่เขาก็บอกว่านั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการเขียนอย่างที่เราคิด เพราะแม้ว่าจะถึงกับขนาดตัดกระดาษ วาดภาพประกอบเสร็จสรรพแต่เพราะไม่เคยมีพื้นฐานการอ่านมาก่อน คลังคำจึงว่างเปล่า สุดท้ายก็เขียนไม่สำเร็จ และทิ้งไปเลยจนกระทั่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ในฐานะน้องใหม่ของคณะเกษตร [...]
Filed under: สัมภาษณ์ | Leave a Comment »
Posted on กันยายน 17, 2007 by whitechair
หากใช้รางวัลต่างๆเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จชื่อชั้นของ “ชาติ กอบจิตติ” ก็เคยได้ซีไรต์มาแล้วถึง 2 ครั้ง ไม่นับรวมถึงอีกสารพัดความสำเร็จจากหลายสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นรางวัลศิลปินแห่งชาติ รางวัลศิลปาธร ฯลฯ
แต่ท้ายที่สุดแล้ว “รางวัล” มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรยึดติด เหตุเพราะที่ชาติลงมือเขียนหนังสือก็เพียงเพราะ “เขารักการเขียนหนังสือ” สั้นๆ ง่ายๆ เท่านั้นเอง!
หนังสือของชาติทั้ง 14 เล่มนั้น ถือว่าเป็นงานคุณภาพ ถ้าเทียบอายุงานกับหนังสือที่ออกมาสู่สายตาผู้อ่าน ชาติเป็นคนที่ทำงานน้อย จนบางคนบอกว่า “ช้า” แต่จะไม่ให้ช้าได้อย่างไรล่ะ เจ้าตัวบอก แค่รดน้ำต้นไม้ กวาดใบไม้ ก็ปาเข้าไปครึ่งวันแล้ว (ฮา)
ถอยหลังกลับไปประมาณ 4 ปีก่อน ชาติ กอบจิตติ ทำให้คนที่อยากเป็นนักเขียนได้กระดี๊กระด๊า อื้อหือ อ้าฮา ! เมื่อเขาเปิดอบรม แนะนำเกี่ยวกับการเขียนหนังสือ ซึ่งทุกวันนี้ผู้คนรู้จักกันดีในชื่อ “โรงเรียนนักเขียนบ้านชาติ กอบจิตติ” (แม้เขาจะไม่อยากให้มันเป็นโรงเรียนเป็นสถาบันก็ตาม)
ชาติเปิดบ้านต้อนรับคนที่จะมาอบรมประมาณช่วงเดือนตุลาคมของแต่ละปี ผ่านไป 3 รุ่นแล้วสำหรับการใช้ชีวิต 10 วัน 10 คืน กิน อยู่ หลับนอน ฟรี [...]
Filed under: สัมภาษณ์ | 3 Comments »
Posted on กันยายน 13, 2007 by whitechair
‘เบื้องหน้าคือหม้อน้ำบนเตาไฟ ที่คายไอร้อนผ่าวมาอ้าวหน้า
จึงผุดเหงื่อราวแมงลัก-ทะลักมา และเกาะบนขนตาเป็นหยาดดวง
เขายกแขนเสื้อเช็ดหยดเม็ดน้ำ ก่อนหยดฉ่ำเม็ดใสจะไหลร่วง
ลึกลึกรู้สึกได้ถึงในทรวง ว่ากำลังขับท่วงทำนองเพลง
โอบทเพลงเปล่งเสียงมาเลี้ยงหล่อ เลือดหนอก็เวียนไวก็ไหลเร่ง
บทเพลงแห่งการงานยังบรรเลง เขายังเคร่งคร่ำต่อหน้าหม้อน้ำ
เป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวก็ต้องขายก๋วยเตี๋ยว กระเทียมเจียวต้องเหลืองให้เรืองก่ำ
เส้นเล็กแห้งหมูแดงไก่เส้นใหญ่ต้มยำ ทุกคำหอมเกรียมกระเทียมเจียว
ราววาทยกรได้ฟ้อนมือ
แต่เริ่มฝึกปรือจนมือเชี่ยว
คือชีวิตเอาจริงเพียงสิ่งเดียว ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นรสคุ้นลิ้น
ทุกเม็ดน้ำพราวเนื้อคือเหงื่องาน อันผลิบานหวานชื่นกว่าอื่นสิ้น
สัมมาอาชีวะ-เหงื่อระริน เขาทำมาหากินด้วยยินดี
โรยหอมซอย ตังฉ่ายแล้วใส่กับ พร้อมพร้อมกับผักกาดหอมล้อมรอบหมี่
มหาเสน่ห์นางกวัก-มิพักมี
เขาเชื่อมั่นเต็มที่ในฝีมือ
ยังก้มหน้าดูหม้ออยู่ต่อไป หมูแดงไก่เป็ดตุ๋นอันกรุ่นชื่อ
ล้วนมาจากพลังที่ถั่งฮือ โหมกระพือเร้าเร่งของเพลงงาน
เพลงงานที่ประสานเสียงมาเลี้ยงหล่อ เลือดหนอก็เวียนไวก็ไหลพล่าน
เป็นจังหวะจะโคนเพื่อดลดาล การผลิบานหวานชื่นกว่าอื่นใด
โถมชีวิตเอาจริงเพียงสิ่งเดียว ก๋วยเตี๋ยวหมี่เป็ดเส้นเล็กเส้นใหญ่
เขาลวกเสร็จสะเด็ดพลันในทันใด หอมซุปตุ๋นกรุ่นไอชื่นใจแท้’
(บทกวี “คนหน้าหม้อ”, จากเล่ม “ดอกฝัน ฤดูฝนที่แสนธรรมดา”)
———-
มนตรี ศรียงค์ พ่อค้าหมี่เป็ดตุ๋น เมืองหาดใหญ่ สงขลา
ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2550 จากรวมบทกวี “โลกในดวงตาข้าพเจ้า”เป็นลูกครึ่งไทย-จีน เกิด 6 มี.ค.2511 บิดาอพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่ มาตั้งรกรากที่หาดใหญ่ มารดาเป็นชาวหัวไทร นครศรีธรรมราช มนตรีมีชื่อภาษาจีนว่า “เฉินเสี่ยวย้ง” แปลว่า “ไอ้เสือน้อย”ชีวิตวัยรุ่นสมบุกสมบันพอควร เคยหัดมวยจีนกับอาเจ็กใกล้บ้าน แต่ชอบขี่บีเอ็มเอ็กซ์ยกล้ออยู่หลังตลาดกิมหยง ก่อนจะเริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์สมฉายา “ไอ้เสือน้อย” เมื่อเข้าร่วม “แก๊งสี่คน” ในชั้นมัธยมฯ ปลายในโรงเรียนมหาวชิราวุธ ลบภาพไอ้เด็ก “ขี้แพ้” [...]
Filed under: สัมภาษณ์ | 1 ความคิดเห็น »
Posted on กันยายน 13, 2007 by whitechair
เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงการต่างประเทศเชิญ ศ.ดร.เอ็ม ดิน ซัมซูดิน ประธานองค์กร มูฮัมมาดิยาห์ องค์กรมุสลิมใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีสมาชิก 35 ล้านคน มาเยือนประเทศไทย เพื่อลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ “ไฟใต้”
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชวโรกาสให้ศ.ดร.ซัมซูดิน เข้าเฝ้าฯ ณ พระราชตำหนักจิตรลดารโหฐาน
ก่อนเดินทางกลับอินโดนีเซีย ศ.ดร.ซัมซูดิน ยังได้เข้าหารือกับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ประธานคมช. และผบ.ทบ. เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะ รวมทั้งมอบข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมให้สัมภาษณ์พิเศษ ซึ่งหนึ่งในทีมงาน ‘WhiteChair’ ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับศ.ดร.ซัมซูดิน มีสาระสำคัญดังนี้
-ท่านลงพื้นที่จังหวัดใดและพบปะหารือกับใครบ้าง?
ศ.ดร.ซัมซูดิน : จังหวัดปัตตานี ได้พบกับทั้งผู้ว่าฯ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และผู้นำมุสลิมประมาณ 500-600 คน
ข้อสังเกตที่ได้จากการพูดคุย สอบถาม พบว่า ผู้นำมุสลิมในภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นพวก “สายกลาง” ไม่นิยมความรุนแรง ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มคนที่ก่อความรุนแรงทางภาคใต้ [...]
Filed under: สัมภาษณ์ | Leave a Comment »