ทางออกวิกฤต”ไฟใต้” ในทัศนะผู้นำมุสลิมอินโดฯ

sam.jpg

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงการต่างประเทศเชิญ ศ.ดร.เอ็ม ดิน ซัมซูดิน ประธานองค์กร มูฮัมมาดิยาห์ องค์กรมุสลิมใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีสมาชิก 35 ล้านคน มาเยือนประเทศไทย เพื่อลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ “ไฟใต้”

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชวโรกาสให้ศ.ดร.ซัมซูดิน เข้าเฝ้าฯ ณ พระราชตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ก่อนเดินทางกลับอินโดนีเซีย ศ.ดร.ซัมซูดิน ยังได้เข้าหารือกับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ประธานคมช. และผบ.ทบ. เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะ รวมทั้งมอบข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมให้สัมภาษณ์พิเศษ ซึ่งหนึ่งในทีมงาน ‘WhiteChair’ ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับศ.ดร.ซัมซูดิน มีสาระสำคัญดังนี้

-ท่านลงพื้นที่จังหวัดใดและพบปะหารือกับใครบ้าง?

ศ.ดร.ซัมซูดิน : จังหวัดปัตตานี ได้พบกับทั้งผู้ว่าฯ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และผู้นำมุสลิมประมาณ 500-600 คน

ข้อสังเกตที่ได้จากการพูดคุย สอบถาม พบว่า ผู้นำมุสลิมในภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นพวก “สายกลาง” ไม่นิยมความรุนแรง ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มคนที่ก่อความรุนแรงทางภาคใต้ และพร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี

ผู้นำมุสลิมในทางภาคใต้ต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยแนวทาง “ซอฟต์เพาเวอร์” (แนวทางที่นุ่มนวล) เนื่องจากเป็นวิธีการที่ดีกว่าใช้กำลังทางทหาร และต้องการให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือคนทางภาคใต้ให้มากขึ้น ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ รวมถึงเรื่องของการศึกษา การพัฒนาคน

โดยภาพรวมแล้ว ขณะนี้การแก้ปัญหาภาคใต้ของไทยโดยสันติวิธีมีความเป็นไปได้มาก รัฐบาลจะต้องพยายามฉวยโอกาสนี้ทำให้เกิดขึ้นให้ได้ ก่อนที่โอกาสจะหายไป

– หลัก “สันติวิธี” ได้รับการพูดถึงว่าเป็นทางออกของปัญหา แต่สภาพจริงในพื้นที่นั้นปัญหาบานปลายไปมาก ยังเกิดเหตุรุนแรงรายวัน มีการจัดตั้งมวลชนมุสลิมมาปิดล้อมโรงพักเพื่อให้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัย ขณะที่ฝ่ายไทยพุทธก็ปิดถนนบ้างเพื่อตอบโต้ ฯลฯ ท่านมีข้อเสนอแนะอย่างไร?

ศ.ดร.ซัมซูดิน : ต้องทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ปัญหานี้กลายเป็น “ข้อขัดแย้งระหว่างศาสนา” เพราะโดยพื้นฐานจากการสังเกตของผม ปัญหาภาคใต้โดยธรรมชาติของมันเองนั้นไม่ใช่ปัญหาทางศาสนา ฉะนั้นจึงต้องทำทุกทางเพื่อตัดการเชื่อมโยงกับศาสนาให้ได้

การจะดึงเอาความขัดแย้งด้านมิติศาสนาออกไป ก็ต้องเน้นการแก้ไขด้วยมาตรการดังที่กล่าวมาแล้ว

เช่น จัดทำโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างความยุติธรรมในสังคม พยายามหลีกเลี่ยงการสร้างภาพความขัดแย้งทางศาสนา

ปัญหาภาคใต้ขณะนี้ไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องศาสนาอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของ “เชื้อชาติ” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะคนนับถืออิสลามก็มีความผูกพันกับเชื้อชาติทางมาเลย์ อาจยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงบานปลาย

ผู้นำศาสนาพุทธและอิสลามจะต้องจับมือกัน แก้ปัญหาร่วมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกทางศาสนา แล้วก็มองว่าคนที่ก่อปัญหาเป็น “อาชญากร” ไม่ใช่พวกที่ทำเพื่อศาสนา

– ข้อมูลจากบางฝ่าย เช่น หน่วยข่าวกรอง มองว่า มีกลุ่มผู้ต้องการแบ่งแยกดินแดนอยู่จริง ไม่ว่าจะใช้แนวทางสันติวิธีขนาดไหน หรือใช้วิธีการใดๆ แก้ปัญหาก็ไม่มีวันยุติ?

ศ.ดร.ซัมซูดิน : ผมเห็นด้วยว่าการใช้แนวทางสันติวิธีโดยลำพังคงแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะกลุ่มที่เป็นพวกแบ่งแยกดินแดน หรือที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองก็จะขยายตัวใหญ่โตขึ้น

แต่ถ้าใช้แนวทาง “ฮาร์ด เพาเวอร์” (แนวทางปราบปรามอย่างแข็งกร้าว) เพียงอย่างเดียว ใช้ “ความรุนแรงสยบความรุนแรง” ก็จะยิ่งก่อให้เกิดความเกลียดชังกัน จึงไม่สามารถยุติวงจรที่แท้จริงของปัญหา

อย่างไรก็ตาม เราต้องให้น้ำหนัก-เปิดทางแก่แนวทางสันติวิธีให้มากขึ้น

การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องทำไปด้วยกัน เราจะใช้สันติวิธีอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปด้วย สิ่งเหล่านี้คือวิถีทางแก้ปัญหาแบบที่เรียกกันว่า “สายกลาง”

– ท่านได้หารือกับนายกฯ และผบ.ทบ. เรื่องใดและมีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง?

ศ.ดร.ซัมซูดิน : 1.รัฐบาลไทยมีนโยบายชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ปัญหาภาคใต้ถูกยกขึ้นไปสู่ระดับสากล ซึ่งก็ตรงกับความเห็นของผมว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาภายในของไทย จากประสบการณ์ของอินโดนีเซียเองที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ปัญหากลุ่มแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดอาเจะห์ รวมถึงปัญหาอะไรก็ตาม ความยุ่งยากมักมาจากการที่ “ต่างชาติ” เข้ามา

2.ปัญหาภาคใต้ คนก่อปัญหาไม่ใช่คนทั้งหมด เป็นแค่ “คนกลุ่มเล็กๆ”

3.ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการแก้ปัญหาแบบใหม่ โดยเน้นหนักลงไปที่แนวทาง “ซอฟต์ เพาเวอร์” เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคน ซึ่งท่านผบ.ทบ.ก็บอกว่าได้ดำเนินการตามแนวทางนี้อยู่ อาทิ ให้ทุนนักเรียนภาคใต้ 3,000 คนไปเรียนพยาบาล

4.”ต่างชาติ”ก็มีส่วนสนับสนุนการแก้ปัญหาภาคใต้ของไทยในทางบวกได้ แต่ควรต้องเข้ามา”ทางอ้อม”หมายความว่า ให้ตัวอย่างที่ดีสำหรับแก้ปัญหา หรืออาจจัดให้คนในภาคใต้ได้ไปเรียนรู้แนวทางแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในชาติเหล่านั้น โดยเฉพาะประเทศที่มีวัฒนธรรม-ศาสนาเดียวกัน เพื่อดูว่าสามารถนำตัวอย่างการแก้ปัญหามาใช้กับประเทศไทยได้อย่างไร

5.สาเหตุหนึ่งของปัญหาไฟใต้ก็คือ มีความไม่ไว้วางใจกันระหว่างรัฐบาลกลางกับคนในพื้นที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น ถ้าไทยสามารถนำมิตรประเทศมุสลิมที่มีแนวความคิดคล้ายๆ กับรัฐบาลไทยอยู่แล้ว เข้ามาช่วยพูดช่วยทำให้เกิดผลบวก

– บางฝ่ายเสนอว่าการตั้ง “เขตปกครองพิเศษ” อาจช่วยแก้ปัญหาระยะยาว?

ศ.ดร.ซัมซูดิน : การให้เขตปกครองตนเองเป็นปัจจัยเสริม ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการแก้ปัญหา ถ้าให้อำนาจปกครองตนเองไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาไม่มีศักยภาพในการสร้างความเจริญรุ่งเรือง กินดีอยู่ดีให้กับประชาชน ปัญหาก็จะยังคงอยู่ต่อไป สิ่งสำคัญ คือ จะทำให้คนใต้ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนเหนือ หรือคนภาคอื่นๆ ได้อย่างไร

เราต้องทำให้คนใต้มีความรู้-ความสามารถเท่าเทียมกับคนอื่นๆ เพราะถ้านักเรียนในภาคใต้ จบมาด้วยวุฒิการศึกษาต่ำ ก็ย่อมแข่งขันกับพี่น้องพลเมืองร่วมชาติคนอื่นๆ ไม่ได้ ซึ่งจะก่อให้เกิด “ปมด้อย” เมื่อสิ่งนี้หลอมรวมเข้ากับความแตกต่างทางชาติพันธุ์ จะยิ่งจุดชนวนโหมเพลิงแห่งความไม่สงบทางสังคมให้เกิดขึ้นมา

นอกเหนือจากการดูแลสิทธิของประชากรทั้งภาคใต้กับภาคอื่นๆ โดยเท่าเทียมกันแล้ว การพัฒนาทำให้ปากท้องประชาชนอิ่มก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าคนท้องหิวเมื่อไหร่ ปัญหาเรื่องศาสนา เรื่องเชื้อชาติที่แตกต่าง ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยเสริมกระตุ้นให้ปัญหาบานปลาย

เราต้องพยายามทุกทางไม่ให้คนในภาคใต้เกิด “ปมด้อยในจิตใจ” รู้สึกว่าตนเองได้รับอะไรๆ น้อยกว่าคนภาคกลาง หรือคนภาคอื่นๆ จึงต้องมีการพัฒนาเพื่อสร้างความเท่าเทียมกันและลดช่องว่าง เช่น เรื่องของการศึกษาก็ควรสร้างโรงเรียนที่ดี ที่ทันสมัย ให้กับคนมุสลิมทางภาคใต้ให้มากขึ้น ให้เทียบเท่ากับโรงเรียนของคนภาคอื่นๆ

ทำให้พวกเขารู้สึกว่ากำลังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน

‘วันเสาร์’

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: