‘วรรณไร’ในโลก’มูรากามิ’

mura3.jpg mura2.jpg mura1.jpg 

‘วรรณไร’ ลงบันไดบ้านมาหาผม พร้อมกับหนังสือเล่มหนา หน้าปกสวยตามสมัย ชื่อ The wind-up bird chronicle ของ Haruki Murakami ชื่อในภาษาไทยว่า ‘บันทึกนกไขลาน’ สำนวนแปลของพ่อมดนักแปล ‘นพดล เวชสวัสดิ์’

“อ่านจบแล้วเหรอ?” “จบมาหลายวันแล้วพี่”

“เป็นไงบ้างล่ะ?”

“เรื่องมันยาวน่ะพี่”

“เฮ้ย … หนังสือมันหนาขนาดนี้ คงไม่สั้นหรอก!”

เจอค้อนไปหนึ่งขวับ ผมหุบปากฉับ เตรียมเบิ่งหูรับถ้อยคำที่พร่างพรูจากแม่สาววรรณไร ไรริ้นแห่งวรรณกรรมผู้ wanna write

“มูรากามิ ก็ยังเป็นมูรากามิอยู่ มีเรื่องโลกพิลึกพิลั่นซ่อนอยู่ในบรรยากาศของโลกที่ดูเหมือนจะเป็นโลกจริงๆ แต่เล่มนี้ เขาทำการบ้านมาเยอะ มีแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์มาด้วย”

“เรื่องราวเป็นยังไง”

“คร่าวๆ ก็เป็นบันทึกของผู้ชายวัยสามสิบคนนึงที่แต่งงานแล้ว เขาลาออกจากงานเสมียนบริษัทกฎหมายมาอยู่กับบ้านเฉยๆ เอ้อ.. ที่จริงก็ไม่เฉยๆ หรอก พี่แกก็ทำงานบ้าน ซักผ้า ซื้อของใช้เข้าบ้าน เตรียมอาหาร ไปรับเสื้อผ้าจากร้านซักแห้งให้เมีย”

“น่าเบื่อแย่ ชีวิตพ่อบ้านอย่างนั้นจะเขียนได้ยาวเหยียดอย่างนี้เชียวเหรอ”

“นี่ อย่าเพิ่งสรุปอะไรได้มั้ย นั่นมันแค่ปูพื้นของสถานการณ์ของอีกตานี่เท่านั้นแหล่ะ เรื่องราวเริ่มมีแอคชั่นมากขึ้นเมื่อเมียแกบอกให้ไปตามหาแมวที่บ้านที่หายไปในตรอกละแวกนั้น ตรอกนั่นน่ะ ร้อยวันพันปีแกก็ไม่ค่อยได้เข้าไปหรอก เพราะเป็นตรอกตันแล้วก็มีบ้านร้างอยู่หลังนึง วันนั้นแกไม่อยากขัดใจเมียก็เลยแวะไปดู”

“แล้วโดนผีในบ้านร้างหลอก”

“เปล่า แกไปเจอเด็กสาวคนนึงชื่อเมย์”

“คงเกิดเดือนพฤษภา”

“โหพี่ ถามเหมือนอีตานั่นเลยเด้ะเลย คนชื่อเมย์ คงจะเกิดเดือนมิถุนาหรอก เด็กสาวนั่นตอบ”

“พี่สาวพี่ชื่อมีน ยังเกิดเดือนมิถุนาเลย”

“เอาเหอะพี่ นิยายน่ะ จะเอาอะไรมากมาย”

วรรณไรเดินไปที่เครื่องชงกาแฟข้างตู้เย็น บ่นงึมงำ จับใจความได้ว่า กาแฟหมดไม่รู้จักออกไปซื้อ ผมทำหูทวนลม

“เด็กเมย์เคยเจออุบัติเหตุรถมอไซค์คว่ำ เลยขาไม่ดี ที่จริงแกมาเฉลยตอนหลังว่าแกแกล้งเดินเขยก พอเดินมากๆ เข้าเลยติด เมย์ก็เลยได้พักอยู่บ้านไม่ต้องไปโรงเรียน วันๆ นึงแกก็นอนอาบแดด ฟังเพลง ดูดบุหรี่ไปเรื่อยเฉื่อย แต่เซ็งๆ เข้า แกก็ไปรับจ๊อบรับจ้างบริษัทขายวิก คอยจดสถิติคนหัวล้านตามที่สาธารณะ แกเรียกเจ้าของบันทึกของเราว่า มิสเตอร์นกไขลาน”

“ก็เลยเป็นที่มาของชื่อเรื่อง”

“ก็ส่วนนึง นกไขลานเนี่ยมันเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่แทรกอยู่ในเรื่อง เป็นเสียงร้องของนกที่มีบางคนเท่านั้นได้ยิน”

“ได้ยินกันหลายคนมั้ย”

“สองสามคน แกกับเมียแกได้ยินที่บ้าน แล้วตอนหลังๆ ก็มีสัตว์แพทย์สมัยที่ญี่ปุ่นยึดครองจีน เล่าผ่านไฟล์ที่หลานชายของแกเขียนทิ้งไว้ในคอมพิวเตอร์ แล้วพระเอกไปแอบอ่าน อ่านๆ ไป สถานการณ์ชวนให้คิดว่า สัตว์แพทย์คนนั้นกลับชาติมาเกิดเป็นอีตามิสเตอร์นี่”

“แล้วเขาผูกเรื่องกันมาได้ยังไง คนตกงานในปัจจุบันกับสัตวแพทย์สมัยแมนจูกัวเนี่ย”

“นิยายเรื่องนี่น่ะมันมีเรื่องย่อยกับนิยายอิงประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่สองสามเรื่องน่ะพี่ คนเขียนก็ลากเข้ามาให้เกี่ยวข้องกับพระเอกผ่านคนต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแก แต่ละเรื่องจะมีจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่เชื่อมโยงกัน เรียกว่าตัดออกไม่ได้เลย”

“อ้อ…”

“วันนึงเมียของแกก็ทิ้งแกไป สถานการณ์คล้ายว่าหนีตามชู้ ทำนองนั้น”

“เรื่องเมียหนีเนี่ย มูรากามิเคยเขียนในเรื่องสั้น after the quake เหมือนกัน ในเรื่องนั้นตาผัวไม่รู้ว่าเมียหายไปไหน เพราะอะไร แล้วเรื่องนี้เมียหนีตามชู้จริงหรือเปล่า”

“เรื่องมันซับซ้อนเพราะมันมีเรื่องของพี่เมียซึ่งเป็นผู้ชาย ซึ่งเป็นคนที่พระเอกเกลียดอยู่ในนั้นด้วย”

“เออว่ะ ซับซ้อนจริงๆ คนเขียนผูกเงื่อนเอาไว้ยุ่งเหยิงไปหมด”

“นั่นอะดิ ไหนจะสองพี่น้องสองเกาะ ชื่อ มอลตา กับ ครีตา อีก มอลตามีญาณพิเศษ เข้ามาเกี่ยวข้องกับพระเอก เพราะ พี่เมียไปขอร้องให้ช่วยตามหาแมวที่หายไป แล้วคุณน้องสาวก็เข้ามาเป็นคนประสานงาน แต่ประสานกันสนิทมาก จนพระเอกเก็บไปฝันว่าแอ้มอ้ำกันในความฝัน แล้วสาวเจ้าก็รู้ตัวด้วยนะว่าพระเอกฝันอย่างนั้น”

“เฮ้ย นี่ก็คล้ายกับอีกเรื่องนึงของมูรากามินะ เรื่องอะไรที่ผูกปมอิดีปุสเข้ามาน่ะ”

ผมเดินไปดูที่ชั้นหนังสือหยิบหนังสือหน้าปกรูปแมวออกมา ชื่อไทยอย่างแจ่ม ‘คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ’

“Kafka on the shore ผจญภัยข้ามสองโลก”

“เออๆ เรื่องนี้แหละ ที่ไอ้หนูในเรื่องนี้เคลิ้มๆ ไปแอ้มสาวคราวแม่น่ะ”

“พูดถึงเรื่องข้ามโลก เรื่องนกไขลานนี่ก็มีการข้ามสองโลกเหมือนกัน แต่ไม่สยองไปฆ่าแกงกันเหมือนเรื่องคาฟกา พระเอกถอดจิตผ่านการทำสมาธิในบ่อน้ำแห้ง พยายามเข้าไปในห้องโรงแรมแห่งหนึ่งที่มีผู้หญิงคนนึงอยู่”

“ไปทำไร”

“พระเอกมันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“แล้วบ่อน้ำแห้งมาจากไหน”

“ก็อยู่ในบ้านร้างในตรอก ข้างๆ บ้านของนังหนูเมย์นั่นแหล่ะ ส่วนไอเดียเรื่องการไปนั่งสงบจิตใจในบ่อน้ำแห้งนี่ ก็ได้มา จากเรื่องเล่าของทหารญี่ปุ่นเก่าที่เคยตกลงไปในบ่อน้ำแห้งมาก่อน”

“อือ ถึงต้องมีเรื่องนั้นเข้ามาแทรก แล้วไงต่อ”

“ถูกต้อง ที่เหลือพี่ไปอ่านเองเหอะ เล่าหมดเดี๋ยวอ่านไม่สนุก เอาเป็นว่า วรรณไรชอบหนังสือเล่มนี้เชียวแหละ อ่านเพลินดี เรื่องราวเหมือนไม่มีเหตุผล แต่ที่จริงมีเส้นด้ายบางๆ ที่ดึงให้ยอมรับได้ ที่สำคัญวรรณไรว่าคนเขียนไม่เอาเปรียบคนอ่านดีเพราะรู้จักแหวกโลกจินตนาการไปหาข้อมูลเพื่อสร้างเรื่องราวที่ห้อยๆ กับประวัติศาสตร์ ในเล่มนี้ถึงมูรากามิจะเดินย้อนทางตัวเอง มีกลิ่นอายของโลกฝันๆ เดิมๆ ในหนังสือเล่มอื่นๆ ติดมาบ้าง อาจจะเป็นตรงนี้ที่แฟนๆ มูรากามิรู้สึกอบอุ่นเหมือนเจอเพื่อนเก่า ในมุมมองของผู้หญิง วรรณไรว่าจุดเด่นของงานของมูรากามิอยู่เรื่องนึงคือ อ่านแล้วเห็นว่าผู้ชายเนี่ย พอมีผู้หญิง ก็ลากเรื่องเซ็กส์เข้ามาโดยอัตโนมัติเลย และคนเขียนก็เล่าตามตรง ไม่มีกระมิดกระเมี้ยน อย่างนี้สิแมนจริง”

“แล้วอะไรที่ต่างจากเรื่องอื่นๆ”

“หนูไม่ได้อ่านหนังสือทุกเล่มของนักเขียนคนนี้หรอกพี่ แต่เล่มอื่นๆ ที่เคยอ่าน ไม่เคยเห็นการเชื่อมเกร็ดประวัติศาสตร์เข้ามา ยิ่งเป็นเรื่องสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจากมุมมองของทหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังพ่ายแพ้เนี่ย วรรณไรไม่เคยได้อ่านมาก่อน ไม่ว่าจะตามุรากามิ หรือจากนักเขียนคนอื่นๆ แล้วทหารเรื่องที่เล่าก็ไม่ได้เท่ทำท่าซามูไรเข้มๆ มีกลัว มีเจ็บ เหมือนกับคนทั่วไป”

“แล้วสัญลักษณ์ต่างๆ ในเรื่องล่ะ คนเขาชอบตีความกันนัก วรรณไรคิดว่าไง”

“เฮ่ย… มันอาจจะไม่ได้เป็นสำมะหาอะไรหรอกพี่ นกไขลาน บ่อน้ำ และอื่นๆ ใครอยากไขก็ไขไปเถอะ วรรณไรว่าเดี๋ยวอ่านเล่มต่อๆ ไปของเขา มันก็อาจจะกลับมาอีก ตอนนั้นคงจะกระจ่างขึ้นกว่านี้ จะถกไปใยไพ”

พูดจบวรรณไรก็เดินกลับขึ้นห้อง

อีกไม่นาน พอเธออ่านหนังสือเล่มต่อไปจบ เราคงได้คุยกันอีก

อธิชา มัญชุนากร

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. วรรณไร อธิบายมุมมองตัวเองต่อหนังสือ 2 เล่มนี้ของมูราคามิได้ดีจริง ตอนผมอ่านจบใครถาม จะตอบประมาณว่า
    “เจ๋งว่ะ แต่บางตอนมั่วๆ งงๆ ”
    จำได้คนเดียวคือ มิสเตอร์จอห์นนี่ ว้อกเกอร์
    (หรือไอ้จ้อน คนชอบเดิน ของพี่ปูน)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: