‘ไล่เงาตัวเอง’

long-way-round150.jpg

ขณะนั้นเป็นเวลาใกล้จะหกโมงเช้าแล้ว..

อณูรู้สึกว่าอากาศรอบตัวหนาวเย็นเหมือนกับอยู่ในฤดูหนาว ทั้งที่จริงแล้ว ช่วงเดือนนี้อยู่ในฤดูที่ฝนตกเกือบทุกวัน และเดือนหน้าก็จะเข้าสู่เดือนน้ำท่วมประจำปี ที่บ้านของเขาก็ไม่รอดสภาพการกลายเป็นบ่อปลาขนาดย่อมเหมือนกัน

“หนาวก็ยังดีกว่าร้อนล่ะวะ!”

อณูคิดในใจพลางใช้มือดึงผ้านวมผืนเก่าที่เขาใช้ตั้งแต่สมัยเรียนขึ้นห่มจนถึงอก จากนั้นจึงเอนหลังบิดขี้เกียจ ด้วยท่าทางคล้ายกับแมวที่เขาเห็นบ่อยๆ บนหลังคาของเพื่อนบ้าน

สายตาเขามองไปรอบๆ ห้อง ห้องของเขามีสภาพแตกต่างจากห้องอื่นๆ ในบ้านเล็กน้อย ตรงที่มันถูกกั้นจากที่ว่างใต้บันไดเป็นทางยาว ตัวห้องจึงมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายกับห้องโดยสารรถเมล์ ส่วนเตียงนอนอยู่ปลายสุดด้านใน เขาเลือกวางเตียงไว้ตรงนั้นโดยที่ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน

“ทุ่งราบอันกว้างใหญ่”

เสียงของความคิดดังก้องอยู่ในหัว หลังจากที่เขาเพิ่งอ่านหนังสือที่ชื่อ ‘long way round’ จบ

long.jpg

มันทำให้เขาเสียเวลาไปเกือบสองวัน

เป็นสองวันที่ทำให้เขาอดทำกิจกรรมโปรดอื่นๆ

แต่เขาก็ยอมแลกมัน เพราะเขาตั้งใจแล้วว่าต้องอ่านให้จบ และที่สำคัญหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีเขาเป็นเจ้าของคนเดียว เพราะมีเงินจำนวน 35 บาทจากเพื่อนรุ่นพี่ที่ให้เขายืมไปซื้อ สมทบรวมเป็นราคาค่าตัวของมันอยู่ด้วย

‘Chasing shadow across the world’

คำโปรยหัวหนังสือฉบับภาษาอังกฤษ เป็นเหตุผลสำคัญที่ดึงให้เขาตัดสินใจซื้อมันมา

“ใช่ซิ การไล่ตามเงาตัวเอง ทั้งๆ ที่มันเกิดขึ้นจากตัวเรา บางทีต้องหากันไกลถึงรอบโลก หรือบางที การออกค้นหา นั้น สำคัญกว่าสิ่งที่เจอมากมายนัก”

…เป็นคำที่เขาใช้พูดกับเจ้าของเงิน 35 บาท

“มันเริ่มต้นจากฝันกลางวัน หลังการเพ่งมองแผนที่โลกในบ้านตอนบ่ายวันเสาร์อันเงียบสงบ ผม(ยวน แม็คเกรเกอร์) สังเกตเห็นความเป็นไปได้ที่จะขี่มอเตอรไซค์ระยะทางไกลรอบโลก ประจวบกับที่ชาร์ลี(บอร์แมน) เพื่อนนักแสดงที่คลั่งไคล้มอเตอร์ไซค์เหมือนกัน โทรศัพท์มาพอดี ชาร์ลี ฉันว่านายควรมากินมื้อค่ำกับเรา”

เริ่มต้นแบบนั้นเอง จากนั้นคนทั้งคู่ต้องขี่มอเตอรไซค์กว่า 20,000 ไมล์ ข้ามภูมิประเทศทุรกันดารผ่าน ทวีปยุโรป ยูเครน คาซัคสถาน มองโกเลีย รัสเซีย ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปอะแลสกา จากนั้นก็ขี่ลงใต้ผ่านแคนาดา และสหรัฐอเมริกา

“ดีนะที่ข้างฝาบ้านยวนติดแผนที่โลก ไม่เป็นแผนที่อื่นๆ เช่น อิรัก หรือภาคใต้ของบางประเทศ” อณูคิด

หกโมงครึ่งแล้ว แต่เขากลับไม่ง่วงเลย แถมยังมีกะจิตกะใจเอี้ยวตัวหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดดูรูปอีกครั้ง ในหนังสือบรรจุภาพประกอบไว้มากมาย จากฝีมือการถ่ายของ ‘james simak’ ตากล้องผู้ติดตาม ภาพส่วนใหญ่ เป็นภาพทุ่งราบอันกว้างใหญ่ในมองโกเลีย ภาพทะเลสาบ ภาพบ้านเรือนในยุโรป

เขาไม่แน่ใจว่าที่สุดแล้วคนทั้งคู่ได้อะไร แต่ที่แน่ๆ มิตรภาพของเพื่อนที่ได้ร่วมเดินทางด้วยกัน ผ่านอุปสรรคต่างๆ ต้องแน่นแฟ้นมากขึ้นเป็นแน่ เขาจะมีคนแบบนั้นบ้างไหมนะ เขาคิด

“เป็นผู้หญิงด้วยยิ่งดี”

ระยะทางช่วงสุดท้ายของคนทั้งคู่ คือการเดินทางเข้าสู่มหานครนิวยอร์ก ในวันที่ 29 ก.ค. (ก่อนจะขึ้นเครื่องบินกลับลอนดอน เป็นอันครบรอบวงกลมพอดี) เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงสุดท้าย อันเปรียบเสมือนเส้นชัยของคนทั้งสอง ชาร์ลีนั้นน้ำตาไหลอยู่ในหมวกกันน็อกไปเรียบร้อยแล้ว เขาชูสองนิ้วขึ้น ขณะที่ยวนเปิดหมวกตะโกนฝ่าเสียงดังของเครื่องยนต์รถ ว่า“เราทำได้ เราทำได้โว้ย เราอยากจะทำ เราบอกว่าจะทำ แล้วเราก็แม่งทำได้แล้วโว้ย”

“เออ นายทำได้”

อณูคิดถึงบทสุดท้ายในหนังสือ พลางปาดเหงื่อบนหน้าผาก ตอนนี้เขาร้อนมาก เพราะเขากำลังรื้อลังหนังสือที่มุมห้อง มันเป็นลังเก็บหนังสือเก่าที่เขาดัดแปลงมาจากกล่องใส่ทีวี เขาเก็บหนังสือทุกประเภท และทุกช่วงชีวิตไว้ในนี้

“อ้า…เฮ้ย” เขาอุทานเมื่อมือเขาไปคว้าได้แฟ้มบุนวมสีม่วงที่มีสภาพซีดจาง ฝุ่นจับ เขาเพ่งดูและเอามือปัดฝุ่นออก มันเป็นปริญญาบัตรของเขานั่นเอง

“โห นึกว่าหายไปไหน ไม่เห็นตั้งนาน” แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาหา

อณูยังคงหาต่อไปในที่สุดเขาก็พบ แต่ด้วยความร้อน เขาจึงเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา อณูเงยหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจก หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วใบหน้า เขาพูดกับตัวเอง “นายก็ทำได้”

อณูกางแผนที่ประเทศไทยให้แนบติดกับข้างฝาเหนือเตียงนอน แล้วใช้กระดาษกาวสองหน้า ติดมันให้แน่นกับฝาเบื้องหลัง เขาถอยออกมาสองก้าว เพื่อดูความเที่ยงตรง บนแผนที่มีลอยปากกาวงกลมเป็นสีแดงรอบอำเภอหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่เขาเคยไปมาแล้ว…อณูมองไปทั่วแผนที่ เลื่อนเลยออกไปนอกหน้าต่าง เลยออกไปบนท้องฟ้า…

เขายิ้ม แล้วล้มตัวลงนอนต่อ

ปอล นาโช่

 

Advertisements

3 Responses

  1. อยากรู้ว่า “อณู” ใช้อะไรเป็นพาหนะในการเดินทางรอบอำเภอหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-แล้วอณูมีเพื่อนคู่ใจไปด้วยหรือเปล่า?? /อนงค์เองค่ะ

  2. อณูมีร่างกายเป็นพาหนะ มีหัวใจเป็นพลังขับเคลื่อนครับ
    แถมมีเพื่อนรู้ใจเพียบเลย

  3. เรื่องเกี่ยวกับเงานี่ เพิ่งอ่านเรื่อง รสชาติของการมีชื่อเสีย ของ จำลอง ฝั่งชลจิตร–

    ว่าด้วยเรื่องหลงเงาของคนอื่น…

    ตรงกันข้ามกับ ไล่เงาตัวเอง

    สรุปได้ไหมว่า สุดท้าย ก็ไม่เกิดผลอันใดเลย

    ยิ่งไล่ ยิ่งไกล…

    ด้วยมิตรภาพครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: