หลุมบ่อ

1.

“แดดร้อนจัง” มาลีพูดกับเพื่อนของเธอ

เธอกำลังเล่นกองทรายอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ใจกลางกรุงเทพมหานคร มาลีเป็นเด็กตัวเล็ก ผิวคล้ำ เหมือนกับเด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบทั่วไป เธอและเพื่อนไว้ผมทรงเดียวกันหมด คือตัดสั้นแค่ติ่งหู

วันนี้ก็เหมือนกับทุกวัน ที่นอกจากอากาศจะร้อนจัดแล้ว มาลียังต้องอยู่ตามลำพัง เพราะพ่อของเธอต้องทำงานอยู่ในไซท์ตั้งแต่มาลียังไม่ตื่น อันที่จริงเธอเองก็ไม่ได้อยู่ตามลำพังนักหรอก เพราะยังมีเพื่อนลูกคนงานก่อสร้างเหมือนกันอีก 4 คน คอยเล่นเป็นเพื่อน พวกเด็กทั้งหมดไม่ได้เข้าโรงเรียน

มาลีไม่มีแม่…แม่ของเธอทิ้งเธอไปตั้งแต่เธอเกิดในโรงพยาบาล ซึ่งเธอไม่ได้รู้สึกเสียใจแต่อย่างใด เพราะในหมู่คนที่เธอรู้จักแถวๆนี้ ก็ทิ้งกันเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทิ้งกันเพราะความอดอยาก ทิ้งเพื่อไปอยู่กับลูกใหม่(มาลีเข้าใจว่าอย่างนั้น) หรือจากกันด้วยอุบัติเหตุก็สุดแล้วแต่ ทุกวัน มาลีอาศัยเพื่อนคนงานของพ่อเป็นทั้งครู คนดูแล พ่อครัวไปในตัว แค่นี้เธอก็อยู่ได้แล้ว

2.

“ปั้นให้กลมๆ เลยนะ แต่อย่าให้ใหญ่กว่าของกูล่ะ ไหนดูเด่ะ”

เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น พวกเด็กๆกำลังจะเล่นดีดลูกหิน โดยขั้นแรกทุกคนต้องแอบไปเอาปูนที่เพิ่งผสมเสร็จจาก “ที่ทำงาน” ของพ่อแม่มาปั้นเป็นลูกกลมๆ เสร็จแล้วก็เอาไปฝังไว้ในกองทราย รอให้ปูนแข็ง ก็เป็นอันเสร็จ มาลีชอบปั้นปูนมากกว่าเล่นลูกหินซะอีก เธอปั้นไว้หลายลูกกะว่าจะเก็บเอาไว้เล่นคนเดียวตอนกลางคืนที่เพิงพักคนงาน เวลาที่พ่อของเธอไปกินเหล้าแล้วกลับดึก…เธอปั้นได้ 3 ลูกแล้ว

ช่วงระหว่างนั่งรอให้ลูกหิน(ลูกปูน)แข็ง มาลีนั่งกอดเข่ามองกองทราย…เธอชอบกองทรายเพราะมันคือของเล่นของเธอ “เกิดมาก็เห็นกองทรายแล้ว” เด็กน้อยฝันถึงที่ราบกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยทราย ทะเลทรายนั่นเองที่มาลีอยากไป เธอเคยเห็นทะเลทรายจากในทีวี แต่เธอคงต้องหารองเท้ามาใส่ เพราะทะเลทรายที่เธอเห็นนั้นมีทั้งงู และแมงป่องอยู่ด้วย

แต่ที่มาลีเห็นตอนนี้มีแต่ตึก ตึกที่รายล้อมพื้นที่ที่เธออยู่ โดยมีแผงสังกะสีกั้นเป็นกำแพง “เขากั้นไว้ไม่ให้เด็กออกไปซน เดี๋ยวโดนรถชนตาย” พ่อบอกเธออย่างนั้น พวกผู้ใหญ่นี่ถ้าจะกลัวรถกันมาก

มาลีมองเห็นระเบียงห้องๆหนึ่งข้างหน้าเธอ…เห็นเด็กในวัยเดียวกันกับเธอและเพื่อนๆกำลังนั่งห้อยขากินอะไรบางอย่าง มาลีไม่มีมื้อเที่ยง ที่นี่มีแต่เช้ากับเย็น แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกหิว “เป็นเพราะเจ้าเด็กคนนี้รึเปล่านะ” เธอคิด เด็กน้อยใช้มือคุ้ยกองทรายคว้าลูกหินทั้ง 3 ลูกแล้วลุกยืน เธอรู้สึกคิดถึงพ่อขึ้นมา…

3.

สมบูรณ์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ตอนนี้มีภาพเป็นกรอบสี่เหลี่ยมขอบดำ แดดส่องแรง เขาอยู่ในหลุมเสาเข็มใจกลางของตึกในอนาคตที่เขากับเพื่อนคนงานช่วยกันสร้าง แต่คงไม่ได้มาอยู่ตอนมันสร้างเสร็จ

สมบูรณ์จากบ้านมาตั้งแต่ยังหนุ่ม เขาทำมาแล้วเกือบทุกอย่างในมหานครแห่งนี้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นงานรับจ้าง หลังจากพบรักกับสาวบ้านเดียวกันที่มาทำงานโรงงานในกรุงเทพฯ และมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน เมียที่เด็กกว่าเขาเกือบ 10 ปี ก็ทิ้งเขากับลูกไว้ให้อยู่กันตามลำพัง เขาไม่มีเงินส่งลูกเรียน ที่ทำได้ก็แค่เลี้ยงไม่ให้อดตายเท่านั้นเอง

แต่เขามีแผนการสำหรับอนาคตแล้ว ชายกลางคนฝันถึงทุ่งนากว้างใหญ่ ทุ่งนาที่เต็มไปด้วยรวงข้าว นาที่มีเขาเป็นเจ้าของ การทำนาเป็นสิ่งเดียวที่เขารู้จักดี เพราะเกิดมาเขาก็เห็นท้องนาเป็นสิ่งแรก สมบูรณ์ต้องการชีวิตที่ดีกว่านี้ ฐานะสูงขึ้น แต่ที่เขาต้องทำตอนนี้คือขุดให้ลึกลงไป มันช่างขัดแย้งกันเสียจริง สมบูรณ์คิด

4.

สมบูรณ์ผูกเหล็กเส้นเล็กรอบแกนเหล็กเสาเข็มเรียบร้อยแล้ว เขาลุกยืน รู้สึกหน้ามืดนิดๆ เขาคงจะแก่ลงไปมากไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเก่า เขาคิด นี่ก็บ่ายกว่าแล้ว วันนี้เขาจะหุงข้าวเหนียวให้มาลีลูกสาวได้กินเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะภาพทุ่งนาในหัวก็ได้ที่ทำให้เขาหิวเร็วกว่าปรกติ

เขาปีนขึ้นมาถึงปากหลุมแล้ว โดยใช้เท้าเหยียบเสาเข็มไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างยันกับขอบดินรอบหลุม ที่เหลือก็แค่คว้าขอบหลุมให้มั่น แล้วยกตัวขึ้นก็เท่านั้นเอง พลันเท้าข้างที่เหยียบขอบดันเกิดลื่น เขาตกลงไปในบ่อเสาเข็ม มือไม้ตวัดมั่ว คว้าได้แต่อากาศ ห้วงเวลานั้นเองเขาคิดถึงมาลี…

5.

“ฮ้าวววว” อณูนั่งหาวหวอดๆ บนรถเมล์ เขาดูนาฬิกาข้อมือ

“วันนี้ก็สายอีกกู”

สภาพการจราจรบนถนนจรัลสนิทวงศ์ช่างนิ่งสนิทเหมือนชื่อ ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงเช้าตรู่อันเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนพร้อมกายกันออกจากบ้านไปทำงาน(แต่ไม่พร้อมใจหรอก อย่างน้อยก็อณูคนหนึ่งล่ะ)

เขาจ่ายเงินค่าโดยสาร เก็บตั๋วรถเมล์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ แต่พอกระเป๋ารถเมล์หันหลังไปเขาก็เอาตั๋วมาเหน็บไว้ตรงเบาะข้างหน้าตัวเอง พลางเตรียมหลับตาไว้ก่อนเผื่อมีเด็กนักเรียนขึ้นรถมา อณูมีข้ออ้างกับตัวเองเสมอ เวลาทำเช่นนี้

“เรานั่งนานกว่า ไปไกลกว่า เด็กเดี๋ยวก็ลงแล้ว ใครมันจะเลือกเรียนโรงเรียนไกลบ้านตัวเองเกิน5-6ป้ายรถเมล์” (เป็นต้น)

แต่วันนี้เขาโชคดีกว่าทุกวัน เพราะตาลุงที่มานั่งข้างๆ กางหนังสือพิมพ์ออกอ่านซะเต็มที่

“ช่วยบังได้ดีจริงๆ เยี่ยมมากลุง” อณูคิด

การที่ต้องนั่งข้างคนอ่านหนังสือพิมพ์บนรถเมล์นั้น ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องเหลือบตาไปดูบ้าง พลันตาก็ไปพบเห็นกับภาพข่าวที่ดูน่าสนใจ(ตามความคิดของเขา) เป็นภาพคนโดนเหล็กเสียบ เขาอ่านใต้ภาพ

เสียบจู๋ – หนุ่มคนงานก่อสร้างดวงกุด พลัดตกลงไปในบ่อเสาเข็ม โดนเหล็กเสียบอวัยวะเพศทะลุไปออกข้างหลังที่ก้น ต่อหน้าลูกสาว เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันตัดเหล็กออกอย่างทุลักทุเลเพื่อนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลต่อไป เมื่อวันก่อน

อณูตาสว่าง หายง่วงแล้ว เขาเลือกที่จะชมวิวนอกหน้าต่าง หากแต่หัวเข่าทั้งสองข้างเริ่มหุบเข้าหากัน..

ปอล นาโช่