มี’ประสบการณ์’มาขาย!

กรอบนโยบาย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ช่วง 3-4 ปีข้างหน้ากำหนดไว้คร่าวๆ จะวางแผนดึงตลาดกลุ่ม นักท่องเที่ยวคุณภาพให้มาเยือนเมืองไทยมากขึ้น

สอดคล้องกับผลการสำรวจในหลายประ เทศ อาทิ สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ที่พบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวระดับคุณภาพ มีเงินถุงเงินถังนี่แหละ นับวันยิ่งขยายตัวมากขึ้น

นอกจากนั้น ยังเป็นตลาดที่เต็มใจควักเงินเป็นแสนๆ บาท เพื่อซื้อแพ็กเกจเข้ามาท่องเที่ยวลิ้มลอง ประสบการณ์ใหม่ในต่างแดน หลีกหนีความจำเจในประเทศตัวเองนักเที่ยวประเภทนี้เรียกว่ากลุ่ม เอ็กซ์พีเรียนเชียล แทรเวล

มีความต้องการคล้ายกับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (คัลเจอร์รัล ทัวริซึ่ม) เพียงแต่เปิดมุมมองกว้างกว่าแง่มุมการท่องเที่ยวเฉพาะด้านศิลปะวัฒนธรรม

พูดให้เห็นภาพก็คือ กลุ่ม เอ็กซ์พีเรียนเชียล แทรเวลถ้าจะให้เที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็ชอบแต่ถ้ามีทัวร์จัดพาเดินบุกป่าฝ่าดง อะเมซอนเพื่อสำรวจระบบนิเวศและเก็บสมุนไพรในป่ามาต้มชงดื่มเองนั่นยิ่งชอบใหญ่ ซึ่งทัวร์แบบนี้มีขายจริงๆ ในสหรัฐ

สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเยลก็มีธุรกิจนำเที่ยวลักษณะข้างต้นเช่นกัน โดยทำร่วมกับบริษัทเอกชน คิดค่าหัวคนละเกือบ 2 แสนบาท หนึ่งในโปรแกรมทัวร์ที่จัดเตรียมไว้ เช่นพาตระเวนดูศิลปะการทำอาหารอันเลื่องชื่อของแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี เจาะลึกเมนูอาหารท้องถิ่น รวมถึงกระบวนการผลิตไวน์และกรรมวิธีคั่วกาแฟสไตล์ทัสกานี่

ว่าไปแล้วสำหรับตลาด เอ็กซ์พีเรียนเชียล แทรเวลนั้นไทยเรามีศักยภาพไม่แพ้ชาติไหนในโลก.. เพียงแต่ขอให้เป็นการมอบประสบการณ์ดีๆ ให้นักท่องเที่ยวก็แล้วกัน เรื่องโด่งดังแนวโลกียะในอดีตจะได้เพลาๆ ลงหน่อย!

วันเสาร์

‘โอเปก’ประท้วง!

opec.jpg

วิกฤตราคา ‘น้ำมันดิบ’ พุ่งกระฉูดขึ้นไปเกือบติด 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นปัญหาใหญ่ที่คนเดินถนนทั่วโลกต้องก้มหน้ารับกรรมอย่างไร้ทางสู้

งานนี้องค์กร โอเปก หรือกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ ตกเป็นเป้าโดนชี้นิ้วประณามอยู่เนืองๆ ว่า เป็นตัวการทำให้ราคาน้ำมันวิ่งเดินหน้าไม่หยุด

ระหว่างงานสัมมนานาชาติเรื่อง น้ำมันและการเงิน ในกรุงลอนดอน ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ อินเตอร์เนชั่นแนล ทรีบูน

นายอับดุลเลาะห์ บิน หะหมัด อัล อัตติยาห์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานการ์ตา ในฐานะชาติสมาชิกโอเปกรุ่นบุกเบิก จึงได้โอกาสลุกขึ้นชี้แจงเสียงดังๆ..

ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โอเปกโดนกล่าวหาว่า เป็นมารร้ายจ้องสูบเลือดสูบเนื้อเพื่อนมนุษย์

แต่วันนี้ถึงเวลาที่ตนต้องพูดความจริงเกี่ยวกับ ปัญหาราคาน้ำมัน จากมุมมองโอเปกให้รู้ดำรู้แดงเสียที!

ท่านรัฐมนตรีการ์ตา ฟันธงว่า ต่อให้โอเปกเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีกวันละ 5 แสน หรือล้านบาร์เรล ราคาน้ำมันก็ใช่จะลดลงง่ายๆ เพราะมีสาเหตุอีกหลายประการด้วยกันนอกเหนือจากปริมาณความต้องการบริโภคน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทุกขณะตามธรรมชาติอยู่แล้ว นั่นก็คือ

1. บรรดานักลงทุนรายใหญ่สูญเสียเงินไปมหาศาลจากการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ หุ้น และตราสาร/พันธบัตรต่างๆ จึงหันมาซื้อขายเก็งราคาน้ำมัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ในหมวดปิโตรเคมีแบบล่วงหน้าแทน ส่งผลให้เกิดการ ปั่นราคาน้ำมัน ขึ้นในตลาดโลก

2. แต่ละประเทศก็มี โรงกลั่นน้ำมัน ของตัวเองอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จักปรับปรุงศักยภาพของระบบการกลั่นให้เพิ่มมากขึ้น ทีนี้พอกลั่นน้ำมันออกมาป้อนโรงงาน หรือ ป้อนเครื่องจักรทั้งหลายไม่ทัน ราคาเชื้อเพลิงจึงต้องทะยานสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ยิ่งไปกว่านั้นโรงกลั่นหัวหมอส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมลดกำไรค่ากลั่น โดยอ้างราคากลางตลาดโลกยันเต

3. รัฐบาลแต่ละชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลชาติแถบทวีปยุโรป คือตัวการใหญ่ในมหกรรม โก่งราคาน้ำมัน เช่นกัน เนื่องจากไม่ยอมลดอัตรา ภาษี น้ำมันลงมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะตัวรัฐบาลเองกลัวเสียรายได้เข้าคลัง

วิธีเอาตัวรอดจากมหาภัยน้ำมันระลอกล่าสุดสำหรับชาวบ้านอย่างเราๆ ท่านๆ คงอยู่ที่การท่องคาถา ‘ประหยัด’ เอาไว้ให้มั่น…

เพราะดูท่าจะหวังพึ่งคนอื่นลำบาก!

วันเสาร์

สงคราม ‘เทสโก้’

tesco.jpg

ทุกวันนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อห้างซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ ‘เทสโก้’  

ห้างเทสโก้มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศอังกฤษ ก่อนแผ่ขยายสาขากว้างใหญ่ไปทุกมุมโลก มีพนักงานร่วมๆ 3 แสนคน

เทสโก้ถูกโจมตีว่าเป็นตัวการทำลาย ธุรกิจชุมชน หรือที่บ้านเราเรียกว่าร้านโชห่วยทั้งหลาย

ในอังกฤษเอง กระแสต้านเทสโก้ก็แรงไม่แพ้ที่เกิดขึ้นในโคราช เชียงใหม่ กระบี่ อุดรธานี พะเยา ฯลฯ

ยกตัวอย่างเช่นเมืองเชอริ่งแฮม เขตนอร์ฟอล์ก ชุมชนที่นั่นต่อสู้คัดค้านไม่ให้เทสโก้เข้ามาเปิดดำเนินกิจการนานถึง 10 ปีเต็ม

ล่าสุด ไม่กี่วันที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านเทสโก้ก็เพิ่งได้รับชัยชนะครั้งสำคัญ หลังจากสภาเทศบาลเมืองเชอริ่งแฮม ลงมติคัดค้านแผนก่อสร้างห้างเทสโก้ไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะครั้งนี้อาจมีเวลาดีใจได้ไม่นาน เนื่องจากยังต้องไปต่อสู้กันอีกครั้งในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่!

ผลกระทบจากการรณรงค์ต่อต้านเทสโก้ ซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานได้ทำให้ ชุมชุมเชอริ่งแฮม ที่เคยอยู่กันอย่างสงบสุขแตกเป็น 2 ฝ่าย

ฝ่ายหนึ่งบอกว่า เทสโก้จะช่วยให้ชาวบ้านซื้อของถูก มีลดแลกแจกแถม

ส่วนอีกฝ่ายแย้งว่า การเปิดเทสโก้นั้นไม่ต่างอะไรกับการ ‘ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ ร้านค้าในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งกระจายรายได้ของชาวเมือง และยังเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกด้วย

สำหรับกลเม็ด-เทคนิคระดมเสียงสนับสนุนของเทสโก้ก็จัดว่าไม่ธรรมดา มีทั้งทำผ่านการส่งจดหมาย โทรศัพท์ รวมถึงบุกไป ล็อบบี้ สมาชิกสภาเทศบาลเชอริ่งแฮมถึงบ้าน พร้อมกับส่งคนเข้าไปล่ารายชื่อขอความเห็นใจกับชาวเมือง โดยเอาผลประโยชน์หลากหลายชนิดเข้าไปล่อใจ

ประเด็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างการขยายตัวไม่หยุดยั้งของเทสโก้ กับ แรงต่อต้านจากชุมชนต่างๆ ทั่วโลก จะยังคงเป็นหนังเรื่องยาวที่ไม่ยุติลงง่ายๆ อย่างแน่นอน!

วันเสาร์